ในบทเหล่านั้น บทว่า ธุเร ธุรํ คืองอนรถของฝ่ายหนึ่งชนงอนรถ
ของอีกฝ่ายหนึ่ง. บทว่า สมิมฺหา คือมาเผชิญหน้ากัน. คำว่า อุโภ ท่าน
กล่าวเพื่อแสดงว่า แม้เราทั้งสองเป็นข้าศึกของกันและกัน เที่ยวไปในโลก
วันหนึ่งมาเผชิญหน้ากัน เมื่อบริวารทั้งสองฝ่ายหลีกจากทาง พร้อมกับรถ
เราทั้งสองก็เผชิญหน้ากันอีก. บทว่า เภสฺมา คือน่ากลัว. บทว่า กลฺยาณ-
ปาปกสฺส จ คือกัลยาณธรรมและบาปธรรม. บทว่า มหายุทฺโธ อุปฏฺิโต
คือมหาสงครามปรากฏแล้ว.
จริงอยู่ ความที่บริวารต้องการจะรบกันและกันก็เกิดขึ้น. ในทั้ง
สองฝ่ายนั้น ธรรมเทพบุตรกล่าวกะอธรรมเทพบุตรว่า ดูก่อนสหายท่าน
เป็นอธรรม เราเป็นธรรม ทางจึงสมควรแก่เรา ท่านจงหลีกรถของท่าน
แล้วให้ทางเราเถิด. อีกฝ่ายหนึ่งก็กล่าวว่า เรามียานแข็งแรงมีกำลังไม่หวาด
สะดุ้ง เพราะฉะนั้น เราไม่ให้ทาง แต่เราจะรบ ทางจงเป็นของผู้ชนะ
ในการรบเถิด. ด้วยเหตุนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า :-
ธรรมเทพบุตร เราเป็นผู้ให้ยศ ให้บุญ สมณะและ
พราหมณ์สรรเสริญทุกเมื่อ เป็นผู้อัน
เทวดาและมนุษย์บูชา จึงสมควรได้ทาง.
ดูก่อนอธรรมเทพบุตร เราเป็นธรรม-
เทพบุตร ท่านจงให้ทางเถิด.