ด้วยบริวาร. บทว่า รชภูตํ เป็นดุจธุลี. คือเราพึงทำให้ถึงความเป็นธุลี.
บทว่า อหํ ในบทว่า อปีจาหํ นี้ เป็นเพียงนิบาต. บทว่า สีลรกฺขาย
คือเพื่อรักษาศีล. บทว่า นิพฺพาเปตฺวาน คือสงบใจด้วยสงบความกระวน.
กระวาย้อนเกิดแต่โทสะ โดยไม่ให้ความโกรธอันเกิดขึ้นในอธรรมเทพบุตร
นั้นเกิดขึ้นได้ เพราะเราเข้าไปตั้งขันติ เมตตา และความเอ็นดูไว้ล่วงหน้า
แล้ว. บทว่า สห ชเนโนกฺกมิตฺวา คือเราให้หลีกทางพร้อมกับบริวารชน
ของเรา แล้วให้ทางแก่อธรรมเทพบุตร ผู้ลามกนั้น.
บทว่า สห ปถโต โอกฺกนฺเต พร้อมกับเมื่อเราหลีกทางให้ คือ
พร้อมกับเราทำความสงบจิตตามนัยดังกล่าวแล้ว และกล่าวว่า เราให้ทางแก่
ท่าน แล้วหลีกทางให้หน่อยหนึ่ง. บทว่า ปาปยกฺขสฺส คือธรรมเทพบุตร
บทว่า ตาวเท คือในขณะนั้นเองมหาปฐพีก็ได้ให้ช่อง. แต่ในอรรถกถา
ชาดก ท่านกล่าวไว้ว่า ในขณะที่กล่าวคาถาว่า เราให้ทางแก่ท่านนั่นเอง
มหาปฐพีได้ให้ช่อง.
เมื่ออธรรมเทพบุตรตกลงไปบนแผ่นดินอย่างนั้น มหาปฐพีหนา
๒๔๐,๐๐๐ โยชน์ แม้ทรงไว้ซึ่งสิ่งดีและไม่ดีทั้งสิ้น ก็ได้แยกออกเป็น ๒ ส่วน
ในที่ที่อธรรมเทพบุตรยืนอยู่นั้น เหมือนจะกล่าวว่า เราไม่ทรงบุรุษชั่วนี้ไว้
ได้. ส่วนพระมหาสัตว์ เมื่ออธรรมเทพบุตรนั้นตกลงไปเกิดในอเวจีมหา-
นรก ยังคงยืนอยู่ที่แอกรถพร้อมกับบริวารด้วยเทวานุภาพใหญ่ ไปตามทาง