ผ้าสาฎกอันประกอบด้วยโทษ ๑๒ ประการ
ในที่นั้นนุ่ง ห่ม ผ้าคากรองอันประกอบด้วย
คุณ ๑๒ ประการ เราละบรรณศาลาอัน
เกลื่อนกล่นด้วยโทษ ๘ ประการ เข้าอาศัย
โคนไม้อันประกอบด้วยคุณ ๑๐ ประการ
เราละข้าวเปลือกที่เขาหว่านปลูกไว้ ถือเอา
ผลไม้ที่หล่นตามแต่จะได้ ซึ่งประกอบด้วย
คุณเป็นอเนกประการ เราได้ตั้งความเพียร
ในการนั่ง การยืน และการจงกรมภายใน
สัปดาห์ ก็บรรลุถึงกำลังแห่งการอภิญญา ดังนี้.
บรรดาคาถาเหล่านั้น พระบาลีว่า อสฺสโม สุกโต มยฺหํ ปณฺณสาลา
สุมาปิตา (แปลว่า เราสร้างอาศรมไว้ดีแล้ว บรรณศาลาเราก็มุงบังไว้ดีแล้ว) นี้
ความว่า สุเมธบัณฑิตผู้ออกไป ด้วยคิดว่า เราจักบวช ดังนี้ ท่านกล่าวไว้
เหมือนอาศรม บรรณศาลา และที่จงกรมนั้น ท่านสร้างด้วยมือของตนเอง.
แต่ในพระบาลีนั้น พึงทราบเนื้อความดังนี้ว่า
ก็พระมหาสัตว์หยั่งลงสู่หิมวันต์แล้ว คิดว่า วันนี้เราจักเข้าไปสู่บรรพต
ชื่อว่า ธรรมิก ดังนี้. ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทวดาทรงทอดพระเนตรเห็น
สุเมธบัณฑิตผู้ออกไปด้วยคิดว่า เราจักบวช ดังนี้ จึงตรัสเรียกวิสสุกรรมเทพบุตร
มาตรัสสั่งว่า สุเมธบัณฑิตนี้ออกไปแล้วด้วยคิดว่า เราจักบวช ดังนี้ ดูก่อนพ่อ
พ่อจงไปสร้างที่สำหรับอยู่แก่พระมหาสัตว์เถิด วิสสุกรรมเทพบุตรนั้น รับคำ
ของท้าวเธอแล้วก็ไปนิรมิตอาศรมบทอันน่ารื่นรมย์ บรรณศาลาอันคุ้มครอง
ดีแล้ว และที่จงกรมอันเป็นที่พอใจ.