Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 75 หน้าที่ 80

เล่ม มมร. 75 หน้า 80 ข้อ 1
เป็นอานิสงส์ที่ ๓ แม้เก่าเพราะการใช้สอย ก็ไม่ต้องเย็บ นี้เป็นอานิสงส์ที่ ๕ เมื่อแสวง หาอีกก็ทำได้ง่าย นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๕ สมควรแก่การบวชเป็นดาบส นี้เป็นอานิสงส์ ข้อที่ ๖ พวกข้าศึกไม่ใช้ นี้เป็นอานิสงส์ ข้อที่ ๗ ไม่ใช่เป็นเครื่องประดับของผู้ใช้ นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๘ เป็นของเบาในเวลา ครอง นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๙ เป็นของผู้มี ความปรารถนาน้อยในจีวรเป็นปัจจัย นี้เป็น อานิสงส์ข้อที่ ๑๐ ความไม่มีโทษของผู้ทรง ธรรม เพราะเกิดแต่เปลือกไม้ นี้เป็นอานิสงส์ ข้อที่ ๑๑ แม้เมื่อผ้าคากรองพินาศไปก็ไม่อา- ลัย นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๑๒. บทคาถาว่า อฏฺโทสสมากิณฺณํ ปชหํ ปณฺณสาลกํ แห่งคาถาว่า อฏฺโทสสมากิณฺณํ ปชหึ ปณฺณสาลกํ อุปาคมึ รุกฺขมูลํ คุเณหิ ทสหุปาคตํ ดังนี้ ถามว่า สุเมธบัณฑิต ละผ้านั้นได้อย่างไร ? ตอบว่า นัยว่า สุเมธบัณฑิตนั้นเมื่อจะเปลื้องผ้าสาฎกทั้งคู่นั้น ถือเอา ผ้าคากรองที่ย้อมแล้ว เช่นกับพวงดอกอังกาบ ซึ่งพาดอยู่ที่ราวจีวร นุ่งแล้ว ก็ห่มผ้าคากรองมีสีเหมือนสีทองคำอีกผืนหนึ่งทับผ้านุ่งนั้น แล้วทำหนังเสือ เหลืองมีกีบเท้าเช่นกับสัณฐานดอกบุนนาค ให้เป็นผ้าอยู่บนบ่าข้างหนึ่ง แล้ว สวมใส่มณฑลชฎา สอดหมุดแข็งกับมวยผม เพื่อต้องการทำให้ไม่หวั่นไหว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka