Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 75 หน้าที่ 143

เล่ม มมร. 75 หน้า 143 ข้อ 1
เมื่อสิ้นพระชนมายุแล้ว ก็ทรงจุติจากโลกนี้ บังเกิดขึ้นในสวรรค์ชั้นดุสิต พระองค์ทรงยิ่งใหญ่กว่าเทวดาอื่นในดุสิตนั้น ด้วยฐานะ ๑๐ ประการ ทรงเสวย ทิพยสมบัติตลอดพระชนมายุ ๕๗ โกฏิ ๖ ล้านปี โดยการนับปีของมนุษย์ บัดนี้ อีก ๗ วัน จักถึงการสิ้นอายุขัย เพราะฉะนั้น เมื่อเกิดบุพนิมิต ๕ เหล่านี้ คือ ๑. ผ้าทั้งหลายเศร้าหมอง ๒. ทิพยมาลาเหี่ยวแห้ง ๓. พระเสโทไหลออกจากพระกัจฉะ ๔. พระฉวีวรรณะในสรีระปราศจากไป ๕. ทรงเบื่อหน่ายทิพยอาสน์ เหล่าเทวดาเห็นนิมิตเหล่านั้น ก็พากันสลดใจกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ ทั้งหลายเอ๋ย สวรรค์จักว่างเปล่าหนอ ดังนี้ ครั้นทราบว่าพระมหาสัตว์บำเพ็ญ- บารมีเต็มแล้ว จึงคิดว่า บัดนี้ พระโพธิสัตว์นี้จะไม่ทรงอุบัติขึ้นเทวโลกอื่นๆ จึงทรงอุบัติในมนุษยโลกแล้วบรรลุเป็นพระพุทธเจ้า พวกมนุษย์จักพากัน ทำบุญเป็นอันมาก จุติแล้ว ๆ ก็จักยังเทวโลกให้บริบูรณ์ ดังนี้ จึงพากัน กราบทูลเพื่อประโยชน์แก่ความเป็นพระพุทธเจ้าดังที่ตรัสไว้ อย่างนี้ว่า ในกาลที่เราตถาคตเป็นเทพบุตร นามว่า สันดุสิต อยู่ในพวกเทพชั้นดุสิต เหล่าเทวดามีประมาณหนึ่งหมื่นพากันมา ประนมอัญชลีวิงวอนเราว่า ข้าแต่พระมหา- วีรเทพ กาลนี้ เป็นเวลาสมควรแล้ว ที่ พระองค์จักทรงอุบัติในครรภ์พระมารดา ตรัสรู้อมตบท โปรดชาวโลกพร้อมทั้ง เทวโลก ดังนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka