Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 6 หน้าที่ 552

เล่ม มมร. 6 หน้า 552 ข้อ 220
ตรัสห้ามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่มีเสนาสนะไม่จำพรรษา รูปใดจำ ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายจำพรรษาในกระท่อมผี คนทั้งหลายพากัน เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า เหมือนพวกสัปเหร่อ ภิกษุทั้งหลายกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสห้ามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึง จำพรรษาในกระท่อมผี รูปใดจำ ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายเข้าพรรษาในร่ม คนทั้งหลายพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า เหมือนพวกคนเลี้ยงวัว ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสห้ามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงจำพรรษา ในร่ม รูปใดจำ ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายจำพรรษาในตุ่ม คนทั้งหลายพากัน เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า เหมือนพวกเดียรถีย์ ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสห้ามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงจำพรรษา ในตุ่ม รูปใดจำ ต้องอาบัติทุกกฏ. ตั้งกติกาไม่เป็นธรรมในระหว่างพรรษา [๒๒๐] ก็โดยสมัยนั้นแล พระสงฆ์ในพระนครสาวัตถีได้ตั้งกติกาไว้ ว่า ในระหว่างพรรษา ห้ามไม่ให้บรรพชา. หลานชายของนางวิสาขา มิคารมารดา ได้เข้าไปหาภิกษุทั้งหลายแล้ว ขอบรรพชา ภิกษุทั้งหลายบอกอย่างนี้ว่า คุณ พระสงฆ์ได้ตั้งกติกาไว้แล้วว่า ในระหว่างพรรษาห้ามไม่ให้บรรพชา คุณ จงรออยู่จนกว่าภิกษุทั้งหลายผู้จำ- พรรษาเสร็จแล้วจึงจะบวชให้ ครั้นภิกษุเหล่านั้นจำพรรษาแล้ว ได้บอกหลาน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka