Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 75 หน้าที่ 218

เล่ม มมร. 75 หน้า 218 ข้อ 16
นักปราชญ์ ท่านเรียกว่า บัณฑิต เพราะการได้เฉพาะซึ่งประโยชน์ในภพนี้ และประโยชน์ในภพหน้า. ใช้ในความหมายว่า ละ ดังในประโยคมีอาทิว่า ภิกษุได้กระทำที่สุดแห่ง ทุกข์ได้แล้ว เพราะละมานะโดยชอบ. ใช้ในความหมายว่า การแทงตลอด ดังในประโยคมีอาทิว่า สภาพแห่งทุกข์มีอรรถว่าบีบคั้น มีอรรถว่าปรุงแต่ง มีอรรถว่าทำให้เดือดร้อน มีอรรถว่าแปรปรวน มีอรรถว่าควรแทงตลอด ในสมยศัพท์มีอรรถเป็นอเนก ด้วยประการฉะนี้. สมวาโย ขโร กาโล สมูโห เหตุเยว จ เอเต ปญฺจาปิ วิญฺเยฺยา สมยา อิธ วิญฺญุนา สมยศัพท์ในอธิการนี้ พึงทราบว่ามี เพียง ๕ คือ ความพร้อมเพรียง ๑ ขณะ ๑ กาล ๑ ประชุม ๑ เหตุ ๑. แท้จริงในบรรดาสมยศัพท์ ๙ อย่างเหล่านั้น ในอธิการว่าด้วยกุศลนี้ ว่า ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ ดังนี้ บัณฑิตพึงทราบสมยศัพท์ ๕ มีความพร้อมเพรียงเป็นต้นต่อไป. บรรดาสมยศัพท์เหล่านั้น ความ พร้อมเพรียงแห่งปัจจัยพึงทราบว่าความ พร้อมเพรียง ส่วนสมยศัพท์อันเป็นอรรถ ข้อที่ ๙ (การแทงตลอด) พึงทราบว่าเป็น ขณะหนึ่ง อีกอย่างหนึ่ง จักรแม้ทั้ง ๔ ก็ พึงทราบว่าเป็นขณะ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka