Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 75 หน้าที่ 295

เล่ม มมร. 75 หน้า 295 ข้อ 16
มีโทษน้อย เพราะความที่มีการส้องเสพน้อย ชื่อว่า มีโทษมาก เพราะมีการ ซ่องเสพมาก องค์ของสัมผัปปลาปะมี ๒ คือ ภารตยุทฺธสีตาหรณาทินิรตฺ- ถกกถาปุเรกฺขารตา (ความเป็นผู้มีเจตนาจะพูดเรื่องไร้ประโยชน์มีภารตยุทธ์ และการลักพานางสีดาไปเป็นต้น) ๑. ตถารูปีกถากถน (การกล่าววาจา เช่นนั้น) ๑. ก็เมื่อบุคคลอื่นไม่ถือเอาถ้อยคำนั้น กรรมบถก็ไม่แตก เมื่อมีผู้อื่น ถือสัมผัปปลาปะนั่นแหละ กรรมบถจึงแตกไป. ธรรมชาติที่เพ่งเล็ง ชื่อว่า อภิชฌา. อธิบายว่า เป็นผู้มุ่งต่อสิ่งของ ของผู้อื่น ย่อมเป็นไปโดยความเป็นผู้น้อมไปสู่สมบัติของผู้อื่น อภิชฌานั้น มีการเพ่งเล่งภัณฑะของบุคคลอื่นเป็นลักษณะอย่างนี้ว่า โอหนอ สิ่งนี้พึงเป็น ของเรา ดังนี้ ชื่อว่า มีโทษน้อยและโทษมาก เหมือนอทินนาทาน. อภิชฌานั้น มีองค์ ๒ คือ ปรภณฺฑํ (สิ่งของของบุคคลอื่น) ๑. อตฺตโน ปริณามนญฺจ (น้อมมาเพื่อตน) ๑. ที่จริง เมื่อความโลภในวัตถุอันเป็น ของผู้อื่น แม้เกิดแล้ว กรรมบถยังไม่แตกไปก่อน จนกว่า เขาน้อมมาเพื่อตน ด้วยคำว่า โอหนอ วัตถุนี้พึงเป็นของเรา ดังนี้. สภาวธรรมที่ยังประโยชน์เกื้อกูลและความสุขให้พินาศไป ชื่อว่า พยาบาท. พยาบาทนั้นมีความมุ่งร้ายเพื่อให้ผู้อื่นพินาศเป็นลักษณะมีโทษน้อย และมีโทษมาก เหมือนผรุสวาจา. พยาบาทนั้นมีองค์ ๒ คือ ปรสตฺโต (สัตว์อื่น) ๑. ตสฺส จ วินาสจินฺตา (ความคิดที่ให้สัตว์นั้นพินาศไป) ๑. ที่จริง เมื่อความโกรธมีสัตว์อื่นเป็นที่ตั้งแม้เกิดขึ้นแล้ว กรรมบถยังไม่แตก ไปก่อน ตราบจนกว่าจะคิดยังสัตว์ให้พินาศว่า ไฉนหนอ สัตว์นี้พึงขาดสูญ พึงพินาศดังนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka