Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 75 หน้าที่ 443

เล่ม มมร. 75 หน้า 443 ข้อ 148
การอบรม. เนื้อความนี้ว่า เชิญท่านชี้แจงรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เถิด ดังนี้ ชื่อว่า วิภาวนา ได้แก่ การชี้แจงทำเป็นข้อ. ส่วนปฏิทานี้ว่า ดูก่อนอุทายี ยังมีข้ออื่นอีก เราได้บอกปฏิปทาแก่ สาวกทั้งหลาย โดยประการทั้งสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ชื่อว่าย่อม เจริญสติปัฏฐาน ๔ ดังนี้ ชื่อว่า สำเร็จแล้วด้วยภาวนา เพราะอรรถว่า ให้เกิดคือให้เจริญ. ในที่แม้นี้ ปฏิปทานี้เท่านั้นทรงประสงค์เอาแล้ว เพราะ เหตุนั้น จึงตรัสว่า ภาเวติ ได้แก่ ย่อมให้เกิด คือให้บังเกิดขึ้น ให้เจริญขึ้น ดังนี้. ถามว่า ก็เพราะเหตุไร ในกามาวจรกุศลนิทเทส ทรงกระทำเทศนา มีธรรมเป็นประธาน แต่ในรูปวาจรนิทเทสไม่ทำเหมือนอย่างนั้น คือได้ทรงทำ เทศนาบุคคลเป็นประธาน. ตอบว่า เพราะจะชำระปฏิทาให้หมดจด. จริงอยู่ รูปาวจรนิทเทสนี้ พระโยคาวจรพึงชำระให้หมดจดได้ด้วยปฏิปทา ๔ อย่างใด อย่างหนึ่ง เว้นจากปฏิปทาเสียจะเกิดเหมือนกามาวจรได้ไม่. อนึ่ง ธรรมดา ปฏิปทานี้ เมื่อบุคคลผู้ปฏิบัติยังมีอยู่ จึงมีอยู่ เพราะฉะนั้น เพื่อจะแสดง เนื้อความนั้น จึงทรงทำเทศนามีบุคคลเป็นประธาน จึงตรัสว่า พระโยคาวจร เจริญมรรคเพื่อเข้าถึงรูปภพ ดังนี้. คำว่า วิวิจฺเจว กาเมหิ ความว่า สงัดแล้ว คือเว้นแล้ว ก้าวล่วง แล้วจากกามทั้งหลาย ก็ เอว อักษรในคำว่า วิวิจฺเจว กาเมหิ นี้ พึงทราบ ว่า ใช้ในอรรถว่า นิยม (แน่นอน) ก็เพราะ เอวอักษรมีอรรถว่า แน่นอน ฉะนั้น จึงทรงแสดงซึ่งความที่กามทั้งหลายแม้ไม่มีอยู่ในสมัยเป็นที่ เข้าปฐมฌานอยู่นั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อปฐมฌานนั้น และแสดงถึงการบรรลุ ปฐมฌานนั้น โดยการสละกามได้ขาดแล้ว. ถามว่า อย่างไร ? ตอบว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka