อิติ อสุภานิ สุภคุโณ
ทสสตโลจเนน ถุติกิตฺติ
ยานิ อโวจ ทสพโล
เอเกกชฺฌานเหตูนิ.
เอวํ ปาลินเยเนว ตาว สพฺพานิ ตานิ ชานิตฺวา
เตเสฺว อยํ ภิยฺโย ปกิณฺณกกถาปิ วิญฺเยฺยา.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทศพลทรงพระ-
คุณอันงาม ทรงพระเกียรติ ควรแก่การ
สรรเสริญ ด้วยการแลเห็นตั้งพัน ควรแก่การ
อสุภะทั้งทลาย อันเป็นเหตุแห่งฌาน แต่ละ
อย่างไว้ ด้วยประการฉะนี้.
บัณฑิตทราบอสุภะทั้งหมดเหล่านั้น
โดยนัยแห่งพระบาลีอย่างนี้ก่อนแล้ว พึง
ทราบแม้กถาเบ็ดเตล็ดนี้ในอสุภะเหล่านั้น
นั่นแหละให้ยิ่งขึ้นไป.
จริงอยู่ บุคคลย่อมปราศจากความประพฤติโลเล (ความดิ้นรน )
ได้ ในเพราะอสุภะใดอสุภะหนึ่งในบรรดาอสุภะเหล่านั้น เหมือนผู้มีราคะไป
ปราศแล้ว เพราะความทำราคะอันตนข่มไว้ในฌานที่บรรลุแล้ว แม้เมื่อเป็น
เช่นนั้น ประเภทแห่งอสุภะนี้ใด ประเภทแห่งอสุภะนั้น พึงทราบว่า ตรัสไว้
โดยการถึงความเป็นไปเองแห่งซากศพ และด้วยอำนาจแห่งการทำลายราคจริต
เพราะซากศพเมื่อความเป็นของปฏิกูล ก็จะพึงถึงสภาพขึ้นพองของซากศพ
หรือถึงสภาพเป็นซากศพอย่างใดอย่างหนึ่งมีสีเขียวคล้ำเป็นต้น ด้วยเหตุนี้
กุลบุตรพึงกำหนดนิมิตในอสุภะอย่างใดเท่าที่จะหาได้อย่างนี้ว่า ซากศพที่พอง