ตอบว่า แสดงถึงการกระทบประสาทเป็นกิจ* (หน้าที่) ของอารมณ์
เท่านั้น.
คือเมื่ออารมณ์นั้นมากระทบประสาทแล้ว การเปลี่ยนไปแห่งภวังค์นั้น
เป็นกิจของกิริยามโนธาตุ กิจของจักขุวิญญาณมีเพียงการเห็นเท่านั้น กิจของ
วิบากมโนธาตุมีเพียงการรับอารมณ์เท่านั้น กิจของวิบากมโนวิญญาณธาตุมี
เพียงการพิจารณาอารมณ์เท่านั้น กิจของกิริยามโนธาตุมีเพียงกำหนดอารมณ์
เท่านั้น ชวนะเท่านั้นย่อมเสวยรสอารมณ์อย่างเดียว ดังนี้.
ก็ในความเป็นไปแห่งจิตนี้ ใคร ๆ เป็นผู้กระทำหรือผู้สั่งให้กระทำว่า
ท่านจงชื่อว่าภวังค์ ท่านจงชื่อว่าอาวัชชนะ ท่านจงชื่อว่าทัสสนะ (จักขุวิญญาณ)
ท่านจงชื่อว่าสัมปฏิจฉันนะ ท่านจงชื่อว่าสันติรณะ ท่านจงชื่อว่าโวฏฐัพพนะ
ท่านจงชื่อว่าชวนะ. ท่านจงชื่อว่าตทาลัมพนะ ดังนี้ มิได้มี. (เพื่อความแจ่ม
แจ้งจึงแสดงถึงนิยาม ๕)
ว่าด้วยนิยาม ๕ อย่าง
ก็ในฐานะนี้ท่านถือเอาเรื่องชื่อนิยาม ๕ อย่าง คือ
พีชนิยาม (ความแน่นอนของพืช)
*ท่านแสดงกิจทั้งหมดมี ๑๔ ที่นี่แสดงไว้ ๘ คือ
๑. การกระทบประสาทเป็นกิจของอารมณ์
๒. การรำพึงถึงอารมณ์เป็นกิจของอาวัชชนะ
๓. การเห็นเป็นกิจของจักขุวิญญาณ
๔. การรับอารมณ์เป็นกิจของสัมปฏิจฉันนะ
๕. การพิจารณาเป็นกิจของสันติรณะ
๖. การตัดสินอารมณ์เป็นกิจของโวฏฐัพพนะ
๗. การเสวยรสอารมณ์เป็นกิจของชวนะ
๘. การเสวยรสอารมณ์ที่เหลือจากชวนะเป็นกิจของตทารัมมณะ