Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 76 หน้าที่ 333

เล่ม มมร. 76 หน้า 333 ข้อ 662
เป็นธรรมอาศัยเหตุเกิดขึ้น " ดังนี้ โดยนัยมีอาทิอย่างนี้ บัณฑิตพึงทราบว่า รูปทั้ง ๒ (อุปจยรูป และสันตติรูป) ไม่ตั้งขึ้นแต่สมุฏฐานอะไร ๆ ดังนี้. อีกอย่างหนึ่ง ในข้อว่า สมุฏหนติ นี้ พึงทราบเนื้อความอย่างอื่น ต่อไป มาติกานี้ของเนื้อความนั้นว่า กมฺมชํ (รูปเกิดแต่กรรม) กมฺมปจฺจยํ (มีกรรมเป็นปัจจัย) กมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺานํ (รูปมีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดแต่ กรรมเป็นปัจจัย). อาหารสมุฏานํ (รูปมีอาหารเป็นสมุฏฐาน) อาหารปจฺจยํ (มีอาหารเป็นปัจจัย) อาหารปจฺจยอุตุสมุฏฺานํ (รูปมีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิด แต่อาหารเป็นปัจจัย). อุตุสมุฏฺานํ (รูปมีอุตุเป็นสมุฏฐาน) อุตุปจฺจยํ (มีอุตุเป็นปัจจัย) อุตุปจฺจยอุตุสมุฏฺานํ (รูปมีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดแต่อุตุเป็นปัจจัย). จิตฺตสมุฏฺานํ (รูปมีจิตเป็นสมุฏฐาน) จิตฺตปจฺจยํ (มีจิตเป็น ปัจจัย) จิตฺตปจฺจยอุตุสมุฏฺานํ (รูปมีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดแต่จิตเป็นปัจจัย). บรรดาสมุฏฐานแห่งรูปทั้ง ๔ เหล่านั้น รูป ๘ อย่าง มีจักขุประสาท เป็นต้น รวมกับหทยวัตถุ ชื่อว่า กัมมชะ (เกิดแต่กรรม) รูปมีอาทิอย่างนี้ คือ ผม หนวด งาช้าง ขนหางม้า ขนหางจามรี ชื่อว่า กรรมปัจจัย (เกิดแต่กรรม) รูปมีอาทิอย่างนี้ว่า จักรรัตนะ อุทยานและวิมานของพวกเทวดา ชื่อว่า กัมมปัจจยอุตุสมุฏฐาน (รูปมีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดแต่กรรมเป็น ปัจจัย). สุทธัฏฐกรูปตั้งขึ้นแต่อาหาร ชื่อว่า อาหารสมุฏฐาน (มีอาหาร เป็นสมุฏฐาน) กพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่รูปสันตติแม้ทั้ง ๒ คือ อาหาร สมุฏฐาน และอุปาทินนรูป เป็นปัจจัยให้เกิดอาหารสมุฏฐาน และอนุบาล
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka