Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 76 หน้าที่ 400

เล่ม มมร. 76 หน้า 400 ข้อ 707
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า วนํ (ตัณหาเหมือนป่า) เพราะอรรถว่า ดุจป่า ด้วย อรรถว่า ยังทุกข์อันเป็นความเสื่อมเสียให้ตั้งขึ้น และด้วยอรรถว่ารกชัฏ คำว่า ป่า นี้ เป็นชื่อของตัณหาที่มีกำลังแรง ส่วนตัณหาที่มีกำลังแรงกว่านั้น ชื่อว่า วนโถ ด้วยอรรถว่าเป็นดงชัฏ ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า* วนํ ฉินฺทถ มา รุกฺขํ วนโต ชายเต ภยํ เฉตฺวา วนํ วนถญฺจ นิพฺพนา โหถ ภิกฺขโว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจง ตัดป่า (คือกิเลสมีราคะเป็นต้น) อย่าตัด ต้นไม้ ภัย (มีความเกิดเป็นต้น) ย่อมเกิด แต่ป่าคือกิเลส เธอทั้งหลายครั้นตัดป่า (คือ กิเลสอันเกิดขึ้นก่อน) และหมู่ไม้ในป่า (คือ กิเลสที่เกิดภายหลัง) แล้ว จักเป็นผู้ไม่มีป่า คือ ตัณหา. ตัณหานั้น ชื่อว่า สนฺถโว (ความเกี่ยวข้อง) ด้วยอรรถว่า สนิทสนม อธิบายว่า คลุกคลีแล้ว. สันถวะคือความเกี่ยวข้องนั้นมี ๒ อย่าง คือ ตณฺหาสนฺถโว ความสนิทสนมด้วยอำนาจตัณหา มิตฺตสนฺถโว ความสนิทสนมด้วยอำนาจมิตร. ในบรรดาสันถวะทั้ง ๒ นั้น ในที่นี้ ทรงประสงค์เอาตัณหาสันถวะ คือ ความเกี่ยวข้องหรือสนิทสนมด้วยอำนาจตัณหา. ที่ชื่อว่า สิเนโห (ความ เยื่อใย) ด้วยอำนาจความเสน่หา. ที่ชื่อว่า อเปกฺขา (ความห่วงใย) เพราะ อรรถว่า ย่อมเพ่งด้วยอำนาจการทำความอาลัย ข้อนี้สมด้วยพระบาลีที่ตรัสไว้ใน * ธมฺมปท. มคฺควคฺค เล่ม ๒๕ ๓๐/ ๕๒
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka