Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 76 หน้าที่ 469

เล่ม มมร. 76 หน้า 469 ข้อ 785 786 787 788
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอุปทาน. [๗๘๕] ธรรมไม่เป็นอุปาทาน เป็นไฉน ? เว้นอุปาทานธรรมเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ที่เหลือ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตระ คือเวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญาณขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม ไม่เป็นอุปาทาน. [๗๘๖] ธรรมเป็นอารมณ์ของอุปาทาน นั้น เป็นไฉน ? กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะซึ่งเป็น กามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร คือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรม เหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอารมณ์ของอุปาทาน. ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นไฉน ? มรรคและผลของมรรคที่เป็นโลกุตระ และอสังขตธาตุ สภาวธรรม เหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน. [๗๘๗] ธรรมสัมปยุตด้วยอุปาทาน เป็นไฉน ? ธรรมเหล่าใด สัมปยุตด้วยอุปาทานธรรมเหล่านั้น คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วยอุปาทาน. ธรรมวิปยุตจากอุปาทาน เป็นไฉน ? ธรรมเหล่าใด วิปยุตจากอุปาทานธรรมเหล่านั้น คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมวิปยุตจากอุปาทาน. [๗๘๘] ธรรมเป็นอุปาทาน และเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นไฉน ?
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka