[๘๓๑] ธรรมเป็นปริยาปันนะ เป็นไฉน ?
กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรมประเภทที่ยังมีอาสวะซึ่งเป็นกา-
มาวจร รูปาวจร อรูปาวจร คือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้
ชื่อว่า ธรรมเป็นปริยาปันนะ.
ธรรมเป็นอปริยาปันนะ เป็นไฉน ?
มรรค ผลของมรรค และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม
เป็นอปริยาปันนะ.
[๘๓๒] ธรรมเป็นนิยยานิกะ เป็นไฉน ?
มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตระ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นนิยยา-
นิกะ.
อนิยยานิกธรรม เป็นไฉน ?
เว้นนิยยานิกธรรมเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม
ที่เหลือ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตระ คือ เวทนาขันธ์
ฯลฯ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า
อนิยยานิกธรรม.
[๘๓๓] ธรรมเป็นนิยตะ เป็นไฉน ?
อนันตริยกรรม ๕ นิยตมิจฉาทิฏฐิ และมรรค ๔ ที่เป็นโลกุตระ
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นนิยตะ.
ธรรมให้ผลไม่แน่นอน เป็นไฉน ?
เว้นนิยตธรรมเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศธรรม อัพยากตธรรมที่
เหลือ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ
วิญญาณขันธ์ รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม
ให้ผลไม่แน่นอน.