ตัณหาจึงเกิดขึ้น เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงเกิดขึ้น เพราะอุปาทานเป็น
ปัจจัย ภพจึงเกิดขึ้น เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงเกิดขึ้น เพราะชาติเป็นปัจจัย
ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส จึงเกิดขึ้น ความ
เกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีได้ด้วยประการฉะนี้, ปัญญา กิริยาที่รู้
ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ ในปฏิจจสมุปบาทนั้น
อันใด นี้เรียกว่า ปฏิจจสมุปปาทกุสลตา.
[๘๕๘] ฐานกุสลาตา เป็นไฉน ?
ธรรมใด ๆ เป็นเหตุเป็นปัจจัยเพื่อความบังเกิดขึ้นแห่งธรรมใด ๆ
ลักษณะนั้น ๆ เรียกว่า ฐานะ, ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความ
วิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ ในฐานะนั้น อันใด นี้เรียกว่า ฐานกุสลตา.
อัฏฐานกุสลตา เป็นไฉน ?
ธรรมใดๆไม่เป็นเหตุไม่เป็นปัจจัยเพื่อความบังเกิดขึ้นแห่งธรรมใด ๆ
ลักษณะนั้น ๆ ชื่อว่า อฐานะ, ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความ
วิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ ในอฐานะนั้น อันใด นี้เรียกว่า อัฏฐานกุสลตา.
[๘๕๙] อาชชวะ เป็นไฉน ?
ความซื่อตรง ความไม่คด ความไม่งอ ความไม่โกง อันใด นี้เรียก
ว่า อาชชวะ.
มัททวะ เป็นไฉน ?
ความอ่อนโยน ความละมุนละไม ความไม่แข็ง ความไม่กระด้าง
ควานเจียมใจ อันใด นี้เรียกว่า มัททวะ.
[๘๖๐] ขันติ เป็นไฉน ?
ความอดทน กิริยาที่อดทน ความอดกลั้น ความไม่ดุร้าย ความไม่
ปากร้าย ความแช่มชื่นแห่งจิต อันใด นี้เรียกว่า ขันติ.