Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 76 หน้าที่ 511

เล่ม มมร. 76 หน้า 511 ข้อ 872 873
สีลสังวรแม้ทั้งหมด จัดเป็น สีลสัมปทา. ทิฏฐิสัมปทา เป็นไฉน ? ความเห็นว่า ทานที่บุคคลให้แล้วย่อมมีผล การบูชาย่อมมีผล การ บวงสรวงย่อมมีผล ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีทำชั่วมีอยู่ โลกนี้มีอยู่ โลกอื่น มีอยู่ มารดามีอยู่ บิดามีอยู่ สัตว์ที่จุติและอุบัติมีอยู่ สมณพราหมณ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบมีอยู่ในโลก สมณพราหมณ์ที่ทำให้แจ้ง ซึ่งโลกนี้และโลกอื่นด้วย ปัญญาอันยิ่งเองแล้วประกาศให้ผู้อื่นรู้ได้มีอยู่ในโลก ดังนี้ ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิมีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า ทิฏฐิสัมปทา สัมมาทิฏฐิแม้ทั้งหมด จัดเป็น ทิฏฐิสัมปทา. [๘๗๒] สีลวิสุทธิ เป็นไฉน ? ความไม่ล่วงละเมิดทางกาย ความไม่ล่วงละเมิดทางวาจา ความไม่ล่วง ละเมิดทางกายและทางวาจา นี้เรียกว่า สีลวิสุทธิ สีลสังวรแม้ทั้งหมด จัดเป็น สีลวิสุทธิ. ทิฏฐิวิสุทธิ เป็นไฉน ? ญาณเป็นเครื่องรู้ว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตน (กัมมัสสกตาญาณ) ญาณ- อันสมควรแก่การหยั่งรู้อริยสัจ (สัจจานุโลมิกญาณ) ญาณของท่านผู้พร้อมเพรียง ด้วยมรรค (มัคคญาณ) ญาณของท่านผู้พร้อมเพรียงด้วยผล (ผลญาณ). [๘๗๓] บทว่า ความหมดจดแห่งทิฏฐิ นั้น มีนิเทศว่า ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิ. บทว่า ความเพียรแห่งบุคคลผู้มีทิฏฐิอันหมดจด นั้น มีนิเทศว่า การปรารภความเพียรทางใจ ฯลฯ สัมมาวายามะ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka