Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 76 หน้าที่ 543

เล่ม มมร. 76 หน้า 543 ข้อ 877
อนึ่ง โลกิยะและโลกุตรธรรมแม้เป็นไปในภูมิ ๔ พระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ตรัสไว้ด้วยทุกะทั้ง ๖ เหล่านี้ คือ ๑. สติและสัมปชัญญะ (ทุกะที่ ๓๐) ๒. ปฏิสังขานพละและภาวนาพละ (ทุกะที่ ๓๑) ๓ สมถะและวิปัสสนา (ทุกะที่ ๓๒) ๔. สมถนิมิตและปัคคาหนิมิต (ทุกะที่ ๓๓) ๕. ปัคคาหะและอวิกเขปะ (ทุกะที่ ๓๔) ๖. สีลสัมปทา ทิฏฐิสัมปทา (ทุกะที่ ๓๖). ว่าด้วยนิทเทสทิฏฐิวิสุทธิทุกะ พึงทราบวินิจฉัยในนิทเทสทิฏฐิวิสุทธิ ต่อไป บทว่า กมฺมสฺสกตาณํ (ญาณเป็นเครื่องรู้ว่าสัตว์มีกรรมเป็นของ ตน) ได้แก่ ปัญญาเป็นเครื่องรู้ว่า นี้เป็นกรรมของตน นี้ไม่ใช่กรรมของตน บรรดากรรมทั้ง ๒ เหล่านั้น กรรมที่ตนทำแล้วหรือผู้อื่นทำแล้วจงยกไว้ อกุศล กรรมแม้ทั้งหมดไม่ใช่ของตน เพราะเหตุไร ? เพราะทำลายอรรถ และเพราะ ให้เกิดอนรรถ ส่วนกุศลกรรมชื่อว่าเป็นกรรมของตน เพราะทำลายอนรรถ และเพราะให้เกิดอรรถ ในข้อนั้น เหมือนบุรุษมีทรัพย์มีโภคะ เดินทางไกล ในระหว่างทาง เมื่อเขาประกาศเล่นงานนักษัตรในบ้านและนิคมเป็นต้น ก็มี ได้คิดว่า เราเป็นอาคันตุกะ (แขก) พึงอาศัยใครหนอเล่นงานนักษัตร เมื่อ เล่นนักษัตรโดยทำนองที่ต้องการ ย่อมผ่านทางกันดารโดยสบาย ฉันใด สัตว์ เหล่านี้ตั้งอยู่ในกัมมัสสกตญาณนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน กระทำกรรมอันเป็น วัฏฏคามีมาก เสวยความสุขด้วยความสุข บรรลุพระอรหัตแล้วเหลือจะคณนา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka