Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 7 หน้าที่ 7

เล่ม มมร. 7 หน้า 7 ข้อ 2
บรรดาพระสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าที่ปรารภความเพียรอยู่ เราก็เป็นรูป หนึ่ง แต่ไฉน จิตของเราจึงยังไม่หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่น เล่า สมบัติในตระกูลของเราก็ยังมีอยู่ เราอาจบริโภคสมบัติและบำเพ็ญกุศล ถ้ากระไร เราพึงสึกเป็นคฤหัสถ์แล้วบริโภคสมบัติและบำเพ็ญกุศล ดังนี้ มิใช่ หรือ ? ท่านพระโสณะทูลรับว่า อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า. ภ. ดูก่อนโสณะ เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เมื่อครั้งเธอยัง เป็นคฤหัสถ์ เธอฉลาดในเสียงสายพิณ มิใช่หรือ ? โส. อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า. ภ. ดูก่อนโสณะ เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน คราวใดสายพิณ ของเธอตึงเกินไป คราวนั้นพิณของเธอมีเสียงหรือใช้การได้บ้างไหม ? โส. หาเป็นเช่นนั้นไม่ พระพุทธเจ้าข้า. ภ. ดูก่อนโสณะ เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน คราวใดสาย พิณของเธอหย่อนเกินไป คราวนั้นพิณของเธอมีเสียงหรือใช้การได้บ้างไหม ? โส. หาเป็นเช่นนั้นไม่ พระพุทธเจ้าข้า. ภ ดูก่อนโสณะ เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน คราวใดสายพิณ ของเธอไม่ตึงนัก ไม่หย่อนนัก ตั้งอยู่ในคุณภาพสม่ำเสมอ คราวนั้น พิณของ เธอมีเสียงหรือใช้การได้บ้างไหม ? โส. เป็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า. ภ. ดูก่อนโสณะ เหมือนกันนั่นแล ความเพียรที่ปรารภเกินไปนัก ย่อมเป็นไปเพื่อความฟุ้งซ่าน ความเพียรที่ย่อหย่อนนัก ก็เป็นไปเพื่อเกียจ- คร้านเพราะเหตุนั้นแล เธอจงตั้งความเพียรแต่พอเหมาะจงทราบข้อที่อินทรีย์ ทั้งหลายเสมอกัน และจงถือนิมิตในความสม่ำเสมอนั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka