ถามว่า กพฬิงการาหารของคัพภไสยกสัตว์นั้นจักมาแต่ที่ไหน
ตอบว่า จักมาแต่มารดา
แม้ข้อนี้ ก็สมกับพระดำรัสที่ตรัสว่า*
ยญฺจสฺส ภุญฺชติ มาตา อนฺนปานญฺจ โภชนํ
เตน โส ตตฺถ ยาเปติ มาตุ กุจฺฉิคโต นโร
มารดาของสัตว์ในครรภ์นั้นบริโภค
ข้าวน้ำโภชนะอย่างใด นระผู้อยู่ในท้องของ
มารดานั้น ก็ยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยอาหาร
นั้นในครรภ์นั้น.
ทารกผู้อยู่ในครรภ์ย่อมยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยโอชาแห่งข้าวและน้ำที่
มารดากลืนเข้าไป ด้วยประการฉะนี้. โอชานั้นถึงฐานะเป็นที่ตั้งอยู่แล้วก็ยังรูป
๘ อย่างให้ตั้งขึ้น.
ถามว่า ก็โอชานั้นเป็นของหยาบ วัตถุเป็นของละเอียดมิใช่หรือ จะ
ดำรงอยู่ในวัตถุนั้นได้อย่างไร ตอบว่า ครั้งแรกยังไม่ดำรงอยู่ก่อน แต่เมื่อ
เวลาผ่านไปสักหนึ่งหรือสองสัปดาห์ จึงดำรง แต่โอชานั้นจะดำรงอยู่ก่อน
หรือหลังก็ตามจากเวลานั้น. เมื่อใดโอชาแห่งข้าวและน้ำของนั้น ๆ ที่มารดา
กลืนกินก็จะดำรงอยู่ในสรีระของทารก เมื่อนั้นรูป ๘ ก็ตั้งขึ้น.
แม้โอปปาติกสัตว์ผู้เกิดในที่มีขาทนียะและโภชนียะอันวิบากตกแต่งไว้
ตามปรกติ เมื่อถือเอาอาหารเหล่านั้นกลืนกินอยู่ พอโอชาตกถึงที่เป็นที่ตั้งอยู่
ก็ยังรูปให้ตั้งขึ้น. โอปปาติกสัตว์บางคนเกิดในป่าไม่มีข้าวและน้ำมีความหิว-
โหยมากจึงเอาลิ้นตะล่อมเขฬะกลืนเข้าไป พอโอชาก็ที่เป็นที่ตั้งอยู่ของ
โอปปาติกสัตว์นั้นก็ยังรูปให้ตั้งขึ้นแม้ในที่นั้น ด้วยอาการอย่างนี้ ในบรรดารูป
* สํ. สคาถวคฺค เล่ม ๑๕ ๘๐๓/๓๐๓