Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 77 หน้าที่ 338

เล่ม มมร. 77 หน้า 338 ข้อ 170
พึงทราบโศกนี้ว่าเป็นทุกข์ เพราะความเป็นวัตถุที่ตั้งแห่งทุกข์ทั้ง ๒ นี้ ด้วยประการฉะนี้แล. อีกอย่างหนึ่ง สตฺตานํ หทยํ โสโก สลฺลํ วิย วิตุชฺชติ อคฺคีตตฺโตว นาราโจ ภูสญฺจ อุหเต ปุน, สมาวหติ จ พฺยาธิ ชรามรณเภทนํ ทุกฺขํปิ วิวิธํ ยสฺมา ตสฺมา ทุกฺโขติ วุจฺจติ โศก ย่อมเสียดแทงหทัยของเหล่า สัตว์ดุจลูกศร และย่อมแผดเผาอย่างแรงกล้า อีก เหมือนหลาวเหล็กเผาไฟสังหารอยู่ เพราะโศกนั้นย่อมนำมาพร้อมแม้ซึ่งทุกข์ ชนิดต่าง ๆ อันต่างโดยพยาธิ ชรา และมรณะ ฉะนั้นโศกนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัส ว่า เป็นทุกข์แล. ว่าด้วยนิเทศปริเทวะ (บาลีข้อ ๑๕๐) พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศปริเทวะ ต่อไป ที่ชื่อว่า อาเทวะ (ความร้องไห้) เพราะอรรถว่า เป็นเหตุให้สัตว์ เปล่งเสียงร้องไห้โดยอ้างว่า ธิดาของฉัน บุตรของฉัน ดังนี้ ที่ชื่อว่า ปริเทวะ (ความคร่ำครวญ) เพราะอรรถว่า เป็นเหตุให้สัตว์คร่ำครวญถึงธิดาและบุตร นั้น ๆ. บทละ ๒ บท* ข้างหน้านอกจากบทที่ ๒ บททีกล่าวนั้น พระผู้มี- พระภาคเจ้าตรัสด้วยการขยายความโดยอาการของ ๒ บท นั่นเอง. บทว่าวาจา * ได้แก่ คำว่า กิริยาที่ร้องไห้ กิริยาที่คร่ำครวญ สภาพที่ร้องไห้ สภาพที่คร่ำครวญ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka