Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 77 หน้าที่ 521

เล่ม มมร. 77 หน้า 521 ข้อ 273
ชัดแล้ว ก็ยังเป็นอยู่ได้ฉะนั้น. พึงทราบวินิจฉัยในอธิการนี้ โดยความเป็นไป ในฐานะทั้งหลายมีภพเป็นต้นทั้งปวง ด้วยประการฉะนี้. ว่าด้วยวินิจฉัยโดยสงเคราะห์ ก็ในข้อว่า โดยสงเคราะห์ นี้อธิบายว่า บัณฑิตพึงสงเคราะห์ โดยสรุปเสสนัยแห่เอกเทศอย่างนี้ว่า นามอย่างเดียวเกิดเพราะวิญญาณเป็น ปัจจัยในปวัตติกาลและปฏิสนธิกาลในอรูปภพ และในปวัตติกาล ในปัญจ โวการภพอันใด และรูปอย่างเดียวเกิดเพราะวิญญาณเป็นปัจจัย ในปฏิสนธิ กาลและปวัตติกาลทั้งหมดในพวกอสัญญีภพ และในปวัตติกาลในปัญจ โวการภพ อันใด และนามรูปที่เกิดเพราะวิญญาณเป็นปัจจัยในกาลทั้งหมดใน ปัญจโวการภพ อันใด นามด้วย รูปด้วย นามรูปด้วย ทั้งหมดนั้น ชื่อว่า นามรูปดังนี้ แล้วทราบว่า นามรูปเกิดเพราะวิญญาณเป็นปัจจัย. หากมีผู้สงสัย ถามว่า เพราะความที่อสัญญีสัตว์ไม่มีวิญญาณ วิญญาณ จึงไม่ควรหรือ. ตอบว่า ไม่ควร หามิได้. จริงอยู่ วิญญาณนี้ ( ท่านกล่าวไว้ว่า) นามรูปสฺส ยํ เหตุ วิญฺญาณนฺตํ ทฺวิธา มตํ วิปากมวิปากญฺจ ยุตฺตเมว ตโต อิทํ วิญญาณนั้น เป็นเหตุแห่งนามรูป วิญญาณนั้นท่านกล่าวไว้ ๒ อย่าง คือ วิญญาณ ที่เป็นวิบาก และวิญญาณที่ไม่เป็นวิบาก วิญญาณนี้ จึงควรเป็นปัจจัยแก่รูปใน อสัญญีภพนั้นทีเดียว.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka