ถ้าเมื่อสัตว์นั้นปรารถนาอยู่ เกิด
ความอยากได้แล้ว กามเหล่านั้น ย่อมเสื่อม
ไปไซร้ สัตว์นั้น ย่อมซบเซา เหมือนถูกศร
แทง ฉะนั้น.๑
และเหมือนอย่างที่ตรัสว่า กามโต ชายติ โสโก (ความโศกย่อม
เกิดแต่กาม) ก็ความโศกเป็นต้นเหล่านั้นแม้ทั้งหมด ย่อมเกิดแต่ทิฏฐาสาวะ
เหมือนอย่างที่ตรัสว่า เมื่อเขายึดถืออยู่ว่า เราเป็นรูป รูปเป็นของเรา
ดังนี้ ย่อมเกิดโสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัส อุปายาส เพราะ
ความที่รูปนั้นแปรเปลี่ยนไป.๒ อนึ่ง ธรรมมีโสกะเป็นต้นย่อมเกิด แม้
เพราะภวาสวะเกิด เหมือนทิฏฐาสวะเกิด เหมือนอย่างที่ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย แม้พวกเทวดาที่มีอายุยืน มีวรรณะ มากด้วยความสุข ดำรง
อยู่กาลนานในวิมานสูง แม้เทวดาเหล่านั้น ได้สดับพระธรรมเทศนา
ของตถาคตแล้ว โดยมากพากันถึงความกลัว ความสะดุ้ง ความสลด
ใจ ดังนี้๓ เหมือนพวกเทวดาเป็นบุพนิมิต ๕ พากันสะดุ้งเพราะกลัวแต่ความ
ตาย ฉะนั้น.
อนึ่ง ธรรมมีโสกเป็นต้น ย่อมเกิดขึ้นแม้เพราะความเกิดขึ้นแห่ง
อวิชชา เหมือนภวาสวะเกิดขึ้นฉะนั้น เหมือนอย่างที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย คนพาลนั้นแล ย่อมเสวยทุกข์โทมนัส (เพราะคิดชั่ว พูดชั่ว
ทำชั่ว) ๓ อย่าง ในทิฏฐธรรมนี้๔ ดังนี้ เพราะธรรม (มีโสกะเป็นต้น )
เหล่านี้ ย่อมมีเพราะอาสวะเกิด ฉะนั้น ธรรมเหล่านั้นเมื่อสำเร็จจึงยังอาสวะ
๑. ขุ. สุตฺต. เล่ม ๒๕. ๔๐๘/๔๘๔ ๒. สํ. ขนฺธวาร. เล่ม ๑๗. ๔/๔
๓. สํ ขนฺธวาร. เล่ม ๑๗. ๑๕๖/๑๐๔ ๔. ม. อุ. เล่ม ๑๔. ๔๖๘/๓๑๑