Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 77 หน้าที่ 557

เล่ม มมร. 77 หน้า 557 ข้อ 273
ประธาน (คืออวิชชา) นั้น มิใช่การกล่าวธรรมสักว่าเป็นเบื้องต้น พึงทราบ ภวจักรนี้ว่า "มีเบื้องต้นมิได้ปรากฏ ด้วยประการฉะนี้. ภวจักรนี้นั้น เพราะเหตุทั้งหลายมีอวิชชาเป็นต้นเป็นปัจจัยแก่ธรรม มีสังขารเป็นต้น ฉะนั้น จึงเว้นจากผู้สร้างสังสารนอกจากอวิชชาเป็นต้นนั้น เช่นพรหมเป็นต้นที่เขาคาดคะเนเอาอย่างนี้ว่า "พรหม มหาพรหมเป็นผู้ ประเสริฐสุด เป็นผู้จัดสรร ดังนี้ หรือว่า เว้นจากอัตตาผู้เสวยสุข และ ทุกข์ ที่เขาสมมติกันอย่างนี้ว่า " ก็อัตตาของเรานี้แลเป็นผู้กล่าวเป็นผู้เสวย" บัณฑิตพึงทราบว่า "เว้นจากผู้สร้างและผู้เสวย" ด้วยประการฉะนี้. อนึ่ง เพราะในภวจักรนี้ อวิชชาชื่อว่า ว่างจากความยั่งยืนเพราะ เป็นธรรมเกิดขึ้นและมีเสื่อมไปเป็นธรรมดา ชื่อว่า ว่างจากความงามเพราะ เป็นธรรมเศร้าหมองและเพราะประกอบด้วยสังกิเลส ชื่อว่า ว่างจากความสุข เพราะถูกความเกิดและความเสื่อมบีบคั้น ชื่อว่า ว่างจากอัตภาพผู้ครองอำนาจ เพราะมีความเป็นไปเนื่องด้วยปัจจัย. องค์ทั้งหลายแม้มีสังขารเป็นต้นก็เหมือน- กัน. อีกหัยหนึ่ง เพราะอวิชชา ไม่ใช่อัตตา ไม่ใช่ของอัตตา ไม่ใช่มี ในอัตตา ไม่ใช่มีอัตตา องค์ทั้งหลายแม้มีสังขารเป็นต้นก็เหมือนกัน ฉะนั้น พึงทราบว่า ภวจักรนี้ว่างเปล่าโดยครามว่าง ๑๒ อย่าง ด้วยประการฉะนี้ ก็ครั้นทราบอย่างนี้แล้ว พึงทราบอีกว่า ภวจักรนั้น มีอวิชชา และตัณหา เป็นมูล มีกาล ๓ มีอดีตกาลเป็นต้น ในกาล เหล่านั้น โดยสังเขปได้องค์ ๒ (อวิชชาและ สังขาร) องค์ (มีวิญญาณเป็นต้น) และ องค์ ๒ (ชาติและชรามรณะ) เท่านั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka