Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 78 หน้าที่ 110

เล่ม มมร. 78 หน้า 110 ข้อ 464
๔ ได้แก่ ถทฺธตฺตลกฺขณํ (มีความแข็งเป็นลักษณะ) อาพนฺธนลกฺขณํ (มีการเกาะกุมเป็นลักษณะ) อุณฺหตฺตลกฺขณํ (มีความร้อนเป็นลักษณะ) วิตฺถมฺภนลกฺขณํ (มีการขยายตัวเป็นลักษณะ) แม้ในขนเป็นต้น ก็นัยนี้นั่น แหละ (๓๒ * ๔ = ๑๒๘). ข้อว่า โดยธาตุ คือ พระโยคาวจร ย่อมกำหนดอาการ ๓๒ โดย ธาตุ ด้วยสามารถแห่งธาตุ ๑๒๘ ในอาการ ๓๒ ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุรุษนี้ มีธาตุ ๔ ดังนี้ ผมมีธาตุ ๔ คือ ความแข็ง เป็นปฐวีธาตุ ความเกาะกุมเป็นอาโปธาตุ ความร้อนเป็นเตโชธาตุ ความขยาย ตัวเป็นวาโยธาตุ. แม้ในขนเป็นต้น ก็นัยนี้นั่นแหละ (๓๒ * ๔ = ๑๒๘). ข้อว่า โดยสุญญตะ คือ พระโยคาวจร ย่อมพิจารณาเห็นอาการ ๓๒ ด้วยสามารถแห่งสุญญตะ ๙๖ ในอาการ ๓๒ คือ ผม มีสุญญตะ ๓ ก่อน คือ อตฺตสุสญฺตา (ว่างจากตน) อตฺตนิยสุญฺตา (ว่างจากสิ่งที่เป็นของ ตน) นิจฺจภาวสุญฺตา (ว่างจากความเป็นของเที่ยง) เพราะอรรถว่า ผม ทั้งหลาย ว่างจากตน หรือจากสิ่งที่เป็นของตน ...จากความแน่นอน...จาก ความมั่นคง ... จากความเที่ยง... จากธรรมที่ไม่เปลี่ยนแปลง. แม้ในขนเป็น ต้น ก็นัยนี้นั่นแหละ (๓๒ * ๓ = ๙๖). ข้อว่า โดยขันธ์เป็นต้น พึงทราบวินิจฉัยในข้อนี้ โดยนัยว่า เมื่อ พระโยคาวจรกำหนดอาการ ๓๒ ด้วยสามารถแห่งขันธ์เป็นอาทิ ในโกฏฐาสทั้ง หลายมีผมเป็นต้น คือว่า ผมทั้งหลายเป็นขันธ์เท่าไร เป็นอายตนะเท่าไร เป็น ธาตุเท่าไร เป็นสัจจะเท่าไร และเป็นสติปัฏฐานเท่าไร เป็นต้น. พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงกายานุปัสสนาโดยพิสดาร ๓ อย่าง โดยแยกเป็นกายภายในเป็นต้นอย่างนี้แล้ว บัดนี้ ทรงปรารภคำว่า อนุปสฺสี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka