Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 78 หน้าที่ 178

เล่ม มมร. 78 หน้า 178 ข้อ 504
สาบสูญเป็นต้น จึงตรัสคำว่า "ยา ิติ โส อสมฺโมโส" เป็นอาทิ (แปลว่า ความดำรงอยู่ อันใด นั้น คือ ความไม่สาบสูญเป็นต้น). อันที่จริง ใน ข้อนี้ แม้จะกล่าวว่า บทหลัง ๆ เป็นคำอธิบายเนื้อความของบทหน้า ๆ และ บทหน้า ๆ เป็นคำอธิบายเนื้อความของบทหลัง ๆ ดังนี้ก็ควร. คำที่เหลือในที่ ทั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้น แล. นี้เป็นการวรรณนาตามพระบาลีก่อน. วินิจฉัยกถาพระบาลี ก็พึงทราบวินิจฉัยกถาในพระบาลีต่อไป จริงอยู่ สัมมัปปธานกถานี้ มี ๒ อย่าง คือ เป็นโลกียะอย่าง หนึ่ง เป็นโลกุตตระอย่างหนึ่ง. ในสองอย่างนั้น สัมมัปปธานที่เป็นโลกิยะ ย่อมมีในบุพภาคทั้งหมด. สัมมัปปธานนั้น พึงทราบในขณะที่เป็นโลกิยมรรค โดยปริยายแห่ง กัสสปสังยุต. สมจริงดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า "ดูก่อนอาวุโส บรรดาธรรมเหล่า นั้น สัมปปธานนี้มี ๔. สัมมัปธาน ๔ เป็นไฉน ? ดูก่อนอาวุโส ภิกษุ ในศาสนานี้ ย่อมทำความเพียรเผากิเลส ด้วยการคิดว่า "อกุศล ธรรมอันลามกของเราที่ยังไม่เกิดขึ้น เมื่อเกิดพึงเป็นไปเพื่อความ ฉิบหาย" ดังนี้. เธอย่อมทำความเพียรเผากิเลส ด้วยคิดว่า "อกุศล ธรรมอันลามกของเราที่เกิดขึ้นแล้ว อันเราไม่ละเสีย ก็จะพึงเป็นไป เพื่อความพินาศ" ดังนี้. เธอย่อมทำความเพียร ด้วยคิดว่า "กุศล- ธรรมทั้งหลายของเรา ที่ยังไม่เกิด เมื่อไม่เกิดขึ้นพึงเป็นไปเพื่อความ พินาศ" ดังนี้. เธอย่อมทำความเพียรเผากิเลส ด้วยการคิดว่า "กุศล ธรรมทั้งหลายของเรา ที่เกิดขึ้นแล้ว เมื่อดับไป (หมายความถึงการ เสื่อมไป) ก็จะพึงเป็นไปเพื่อความพินาศ" ดังนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka