Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 78 หน้าที่ 379

เล่ม มมร. 78 หน้า 379 ข้อ 740
ภิกษุกระทำซึ่งโทษมีประมาณน้อย ให้เช่นกับภูเขาสิเนรุราช อันสูง ประมาณ ๑๐,๐๖๘ โยชน์ ย่อมอาจเพื่อจะเห็น (คือเมื่อเห็นว่าเป็นโทษใหญ่ ก็จะปลงอาบัติ) ได้. ภิกษุใด ชื่อว่า ย่อมเห็นโทษทั้งหลายมีประมาณน้อย โดยความเป็นภัย ภิกษุใดแม้กระทำซึ่งสักว่าโทษ คืออาบัติทุกกฎ ทุพภาสิต อันเบากว่าโทษทั้งปวง ให้เช่นกับอาบัติปฐมปาราชิก ภิกษุนี้ บัณฑิตพึงทราบ ว่า ชื่อว่า ย่อมเห็นโทษทั้งหลายมีประมาณน้อย โดยความเป็นโทษ โดยความ เป็นภัย ดังนี้. พึงทราบวินิจฉัยในนิทเทสแห่งข้อว่า สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ ดังนี้ คำว่า ภิกฺขุสิกฺขา ได้แก่ สิกขา อันภิกษุทั้งหลายพึงศึกษา. ภิกษุ สิกขานั้นทั่วไปกับนางภิกษุณีบ้าง ไม่ทั่วไปบ้าง ถึงอย่างนั้นก็ชื่อว่า ภิกษุสิกขา นั่นแหละ. คำว่า ภิกฺขุนีสิกฺขา ได้แก่ สิกขา อันภิกษุณีทั้งหลาย พึงศึกษา ภิกขุนีสิกขาแม้นั้น ทั่วไปแก่ภิกษุทั้งหลายก็ดี ไม่ทั่วไปก็ดี ชื่อว่า ภิกขุนี สิกขา เหมือนกัน. แม้สิกขาของสามเณร สิกขมานา สามเณรทั้งหลายก็รวม อยู่ในที่นี้แหละ. คำว่า อุปาสกสิกฺขา ได้แก่ สิกขา อันอุบาสกทั้งหลาย พึงศึกษา. สิกขาของอุบาสกนั้น ย่อมเป็นไปด้วยอำนาจแห่งศีล ๕ ศีล ๑๐. คำว่า อุปาสิกาสิกฺขา ได้แก่ สิกขาอันอุบาสิกาทั้งหลาย พึงศึกษา สิกขาแม้นั้น ย่อมเป็นไปด้วยอำนาจแห่งศีล ๕ ศีล ๑๐. บรรดาสิกขาเหล่านั้น สิกขาของภิกษุ และภิกษุณี ย่อมเป็นไปถึง อรหัตตมรรค. สิกขาของอุบาสก และอุบาสิกา ย่อมเป็นไปถึงอนาคามิมรรค.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka