Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 78 หน้าที่ 433

เล่ม มมร. 78 หน้า 433 ข้อ 740
จตุตถฌาน อันเป็น ทิพพโสตญาณ ๑ จตุตถฌาน อันเป็น เจโตปริยญาณ ๑ จตุตถฌาน อันเป็น ปุพเพนิวาสญาณ ๑ จตุตถฌาน อันเป็น ทิพพจักขุญาณ ๑ จตุตถฌาน อันเป็น ยถากัมมูปคตญาณ ๑ จตุตถฌาน อันเป็น อนาคตังสญาณ ๑ จตุตถฌาน อันเป็น อากาสานัญจายตนฌาน เป็นต้น อีก ๔ และ จตุตถฌานอันเป็นโลกุตตระ ๑ ในฌานเหล่านั้น จตุตถฌานอันเป็นบาทแห่งฌานทั้งปวง เป็น นวัตตัพพารัมมณะอย่างเดียว (คือ มีอารมณ์ที่ไม่พึงกล่าว). เมื่อภิกษุน้อมกายไปสู่ฌานที่ ๔ เพื่อทำอิทธิวิธะ ด้วยอำนาจแห่งจิต (คือ ให้กายไปพร้อมกับจิต) ชื่อว่า เป็นปริตตารัมมณะ. เพราะความที่ภิกษุ นั้น มีกายเป็นอารมณ์ ในขณะที่ทำปาฏิหาริย์ด้วยการอันไม่ปรากฏอยู่ (คือเมื่อ กายไปพร้อมกับจิต กายก็จะไม่ปรากฏ เรียกว่า อทิสสมานกาย). เมื่อภิกษุน้อมจิตไปด้วยอำนาจแห่งกาย (คือ ให้จิตไปพร้อมกับกาย ย่อมปรากฏเห็นได้) กระทำปาฏิหาริย์ด้วยกายอันปรากฏอยู่ ไปสู่พรหมโลก ชื่อว่า เป็นมหัคคตารัมมณะ เพราะความที่ภิกษุนั้น มีจิตในสมาบัติเป็นอารมณ์. ฌานที่ ๔ อัน ให้สำเร็จทิพพโสตญาณ ชื่อว่า ปริตตารัมมณะ เพราะความที่ภิกษุนั้นมีเสียงเป็นอารมณ์. ฌานที่ ๔ อันให้สำเร็จเจโตปริยญาณ เป็นปริตตารัมมณะ ใน ขณะที่รู้จิตอันเป็นกามาวจร เป็นมหัคคตารัมมณะ ในเวลารู้จิตอันเป็นรูปาวจร และอรูปาวจร เป็นอัปปมาณารัมมณะในเวลารู้จิตอันเป็นโลกุตตระ. ก็ปุถุชน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka