Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 78 หน้าที่ 627

เล่ม มมร. 78 หน้า 627 ข้อ 848
แม้เทสนาญาณก็มี ๒ คือ ๑. ปวัตตนานะ (เทสนาญาณอันกำลังเป็นไป) ๒. ปวัตตะ (เทสนาญาณอันเป็นไปแล้ว) จริงอยู่ เทสนาญาณนั้น ชื่อว่า กำลังเป็นไป นับจำเดิมแต่โสดา- ปัตติมรรคของพระอัญญาโกณฑัญญะ ในขณะแห่งผล เทสนาญาณ ชื่อว่า เป็นไปแล้ว. ในเทสนาญาณเหล่านั้น ปฏิเวธญาณเป็นโลกุตตระ เทสนา- ญาณเป็นโลกิยะ. ก็ญาณแม้ทั้งสองนั้น เป็นโอรสญาณ (ญาณที่เกิดขึ้นในพระอุระ) ของพระพุทธเจ้าทั้งหลายเท่านั้น ไม่ทั่วไปกับชนเหล่าอื่น. วรรณนากำลัง ๑๐ ของพระตถาคต บัดนี้ เพื่อทรงแสดงกำลังแห่งพระตถาคตที่ทรงตั้งไว้ว่า เยหิ ทสหิ พเลหิ สมนฺนาคโต ตถาคโต อาสภณฺานํ ปฏิชานาติ ยานิ อาทิโต จ ทส ตถาคตสฺส ตถาคตพลานิ ดังนี้ (แปลว่า พระตถาคตประกอบ ด้วยกำลัง ๑๐ เหล่าใด จึงทรงปฏิญาณฐานะอันประเสริฐ และกำลังเหล่าใด ชื่อว่า กำลัง ๑๐ ของพระตถาคต จำเดิมแต่ต้น) โดยพิสดาร จึงตรัสคำว่า กตมานิ ทส อิธ ตถาคดต านญฺจ านโต เป็นอาทิ (แปลว่ากำลัง ๑๐ ของพระตถาคต เป็นไฉน คือ พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบธรรมที่เป็น ฐานะ โดยความเป็นฐานะ เป็นต้น) วรรณนากำลังของพระตถาคตข้อที่ ๑ บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า านญฺจ านโต ได้แก่ ทรงทราบ ธรรมอันเป็นเหตุ โดยความเป็นเหตุ. ก็ เหตุ ย่อมให้ผลตั้งขึ้นในที่นั้น คือ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka