อัพยากตะ. แม้ในเวลาที่กล่าวว่า *สิ่งนี้เราเห็นแล้ว สิ่งนี้เราได้ยินแล้ว สิ่ง
ที่ปรากฏแล้วนั่นแหละ ก็เป็นอัพยากตะเช่นกัน.
ถามว่า กุศลธรรมและอกุศลธรรมที่บุคคลทำในขณะฝันเป็นธรรม
มีวิบากหรือไม่ ?
ตอบว่า มีวิบาก แต่กรรมที่ทำในเวลาฝันนั้นไม่อาจให้ปฏิ-
สนธิได้ เพราะความที่วิบากนั้นมีกำลังทราม. แต่ครั้นเมื่อปฏิสนธิ
เป็นไปแล้วด้วยกรรมอย่างอื่นให้ผลแล้ว (กรรมที่ทำในเวลาฝัน)
ย่อมให้ผล.
คำว่า เอวํ ยาถาวกวตฺถุวิภาวนา ปญฺา (แปลว่า ความรู้เรื่อง
วิญญาณ ๕ ดังกล่าวมานี้ ชื่อว่าปัญญา) บัณฑิตพึงทราบว่า มิใช่เป็นการ
อธิบายถึงเหตุของวิญญาณ ๕ แต่เป็นการอธิบายความเป็นจริงของวิญญาณ ๕
เท่านั้น.
คำว่า ตํ ยาถาวกวตฺถุํ วิภาเวติ ได้แก่ เป็นการชี้แจงถึงเรื่อง
วิญญาณ ๕ ตามความเป็นจริง. บัณฑิตพึงทราบคำอธิบาย ความรู้เรื่องวิญญาณ
๕ ตามความเป็นจริงอันนั้น ชื่อว่า ปัญญา เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้ง
ไว้ในมาติกาว่า ความรู้เรื่องวิญญาณ ๕ ตามความเป็นจริง อันใด ชื่อว่า
ปัญญา ในหนหลัง ดังพรรณนามาฉะนี้. และพึงทราบว่า การนับญาณด้วย
สามารถแห่งธรรมหมวดหนึ่ง หรือการนับญาณด้วยอาการอย่างหนึ่ง อย่างนี้
ว่า เอกวิเธน าณวตฺถุ ดังวรรณนามาฉะนี้.
ญาณวัตถุหมวดหนึ่ง จบ
* บาลีใช้ ทิฏํ วิย เม สุตํวิย เม เช่นเดียวกับคำว่า รูปอันเราเห็นแล้ว เสียงอัน
เราได้ยินแล้ว ซึ่งจัดเป็นอัพยากตะ เพราะเป็นรูป