Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 78 หน้าที่ 660

เล่ม มมร. 78 หน้า 660 ข้อ 848
ผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาในฐานะ ๔ ด้วยสามารถแห่งการแทงตลอดสัจจะหนึ่ง ในสัจจะ ๔. อธิบาย ธัมมญาณ เป็นต้น คำว่า ธมฺเม าณํ (แปลว่า ธัมมญาณ) นี้ ปัญญาในมรรค ชื่อว่า ธัมมญาณ ด้วยสามารถแห่งการแทงตลอดสัจจะหนึ่งในสัจจะ ๔ จง ยกไว้ก่อน ปัญญาในผล ชื่อว่าธัมมญาณได้อย่างไร ปัญญาในผลชื่อว่าธัมม- ญาณได้ด้วยสามารถแห่งนิโรธสัจจะ. จริงอยู่ ปัญญาแม้ทั้งสองนั้น (คือในมรรคในผล) พึงทราบ ว่า ชื่อว่า ธัมมญาณ เพราะความที่ญาณนั้นเป็นไปในธรรมคือ อริยสัจ ๔ อันเป็นปัจจัยอื่นอีก ซึ่งยังอรรถให้แจ่มแจ้งโดยกิจ และ โดยอารมณ์. ในคำว่า โส อิมินา ธมฺเมน นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสเรียกว่า ธรรมโดยโวหารกล่าวว่าเป็นโคจร เพราะความที่มัคคญาณทั้งหลายเป็นธัมม- โคจร. อีกอย่างหนึ่ง คำนี้เป็นตติยาวิภัตติ ลงในอรรถแห่งทุติยาวิภัตติ อธิบาย ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงรู้ซึ่งธรรมนี้ และทรงอธิบายว่า มัคคญาณ อันรู้ซึ่งสัจธรรม ๔ แล้วดำรงอยู่. คำว่า ทิฏฺเน (แปลว่า ทรงเห็นแล้ว) อธิบายว่า ทรงเห็น คือ ทรงเห็นธรรมแล้วดำรงอยู่. คำว่า ปตฺเตน (แปลว่า ทรงบรรลุแล้ว) คือ ทรงบรรลุซึ่งธรรม เพราะความที่พระองค์ทรงบรรลุอริยสัจ ๔ แล้วดำรงอยู่. คำว่า วิทิเตน (แปลว่า ทรงรู้แจ้งแล้ว) ได้แก่ สัจจะ ๔ เป็น ธรรมอันพระองค์รู้แจ้งแล้ว จึงกระทำให้ปรากฏ ด้วยมัคคญาณ. เพราะฉะนั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka