Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 78 หน้าที่ 925

เล่ม มมร. 78 หน้า 925 ข้อ 1072
เดียวเท่านั้น. ทั้งในบรรดาอาพาธ ๘๑ อย่าง มีอาพาธอันเกิดแต่น้ำดีเป็นสมุฏ- ฐานเป็นต้น เขาปฏิเสธอาพาธ ๗ อย่าง ย่อมรับรองอาพาธที่ ๘ เท่านั้น. ใน กรรม ๓๒ มีทิฏฐธัมมเวทนียกรรม เป็นต้น ปฏิเสธกรรม ๒ อย่าง ย่อมรับรอง อปราปรเวทนียกรรมอย่างเดียวเท่านั้น. ในเจตนา ๔ อย่าง กล่าวคือ กุศล อกุศล วิบาก และกิริยา ย่อมรับรองเฉพาะเจตนาอันเป็นวิบากเท่านั้น. คำว่า อิสฺสรนิมฺมานเหตุ ได้แก่ ชื่อว่า มีพระผู้เป็นใหญ่สร้าง ให้เป็นเหตุ อธิบายว่า ผู้เป็นใหญ่ คือ พระพรหม หรือปชาบดี นิมิตสิ่ง นั้น ๆ ขึ้น จึงเสวยได้. พราหมณสมัย ลัทธิแห่งพราหมณ์ จริงอยู่ ลัทธิของพราหมณ์นี้ เป็นการประกอบฐานะทั้ง ๓ เหล่านั้นว่า ดังนี้ เวทนา ๓ เหล่านี้ อันใคร ๆ ชื่อว่า ไม่อาจเพื่อเสวยเวทนาได้ เพราะ เหตุอันตนเองกระทำไว้แล้ว หรือเพราะเหตุอันบุคคลอื่นทำให้ในปัจจุบัน หรือว่า เพราะเหตุอันตนทำไว้แล้วในปางก่อน หรือว่า เพราะไม่มีเหตุ ไม่มี ๑. อาพาธ ๘ อย่าง คือ ๑. ปิตฺติสมุฏฺานา เกิดจากน้ำดีเป็นสมุฏฐาน ๒. วาตสมุฏฺานา เกิดจากลมเป็นสมุฏฐาน ๓. เสมฺหสมุฏฺานา เกิดจากเสมหะเป็นสมุฏฐาน ๔. สนฺนิปาติกา เกิดจากใช้สันนิบาตเป็นสมุฏฐาน ๕. อุตุปริณามชา เกิดจากความเปลี่ยนแปลงของอุตุเป็นสมุฏฐาน ๖. วิสมปริหารชา เกิดจากการบริหารร่างกายไม่เหมาะสมเป็น สมุฏฐาน ๗. โอปกฺกมิกา เกิดจากการทำความเพียรแก่กล้าเป็นสมุฏฐาน ๘. กมฺมวิปากชา เกิดจากผลชองกรรมเป็นสมุฏฐาน ๒. กรรม ๓ คือ ทิฏฐธัมมเวทนียะ อปปัชชเวทนียะ และอปราปรเวทนียกรรม.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka