ในปัญหาว่าด้วย อธิโมกข์ สองบทว่า "ทฺวีหิ ธาตูหิ" ได้แก่
สัมปยุตด้วยมโนธาตุและมโนวิญญาณธาตุ. บทว่า "ปณฺณรสหิ" ได้แก่
วิปปยุตด้วยรูปธาตุ ๑๐ ที่เหลือ และวิญญาณธาตุ ๕ มีจักขุวิญญาณธาตุเป็นต้น.
ในปัญหาว่าด้วย กุศล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปฏิเสธสัมปโยคะ
เพราะความที่ขันธ์แม้ทั้ง ๔ เป็นภาวะอันกุศลทั้งหลายถือเอาแล้ว
ในปัญหาว่าด้วย เวทนาติกะ สองบทว่า "เอเกน ขนฺเธน" ได้แก่
ด้วยเวทนาขันธ์เท่านั้น. บทว่า "ปณฺณรสหิ" ได้แก่ วิปปยุตด้วยจักขุ-
วิญญาณธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆานวิญญาณธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ*</SUP มโนธาตุ
และรูปธาตุทั้งหลาย. บทว่า "เอกาทสหิ" ได้แก่ ด้วยรูปธาตุทั้งหลาย
(คือ โอฬาริกธาตุ ๑๐) กับกายวิญญาณธาตุ ๑.
ในปัญหาว่าด้วย เนววิปากนวิปากธัมมธรรม (คือ ธรรมที่มิใช่
วิบาก และมิใช่เป็นเหตุแห่งวิบาก) บทว่า "ปญฺจหิ" ได้แก่ ด้วยปัญจ-
วิญญาณธาตุ ๕ มีจักขุวิญญาณธาตุเป็นต้น.
ในปัญหาว่าด้วย อนุปาทินนุปาทานิยะ (คือ สภาวธรรมทั้งหลาย
ที่กรรมไม่ได้ยึดไว้โดยเป็นผล และไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน) บทว่า "ฉหิ"
ได้แก่ ด้วยธาตุ ๖ ยกเว้นมโนวิญญาณธาตุ.
ในปัญหาว่าด้วย สวิตักกสวิจาระ บทว่า "ปณฺณรสหิ" ได้แก่
ด้วยรูปธาตุทั้งหลาย กับปัญจวิญญาณธาตุ.
ในปัญหาว่าด้วย อวิตักกวิจารมัตตา สองบทว่า "เอเกน ขนฺเธน"
เป็นต้น บัณฑิตพึงทราบด้วยสามารถแห่งสังขารขันธ์. จริงอยู่ เว้นวิจารใน
* อรรถกถาบาลีหน้า ๒๑ บรรทัดที่ ๑๒ นับลง ว่า ปณฺณรสหีติ จักขุโสตฆานชิวหากาย-
วิญฺญาณธาตุ มโนธาตูหิ เจว รูปธาตูหิ จ. แปลแล้วได้ธาตุเกินกว่า ๑๕ ตรวจดูบาลีอรรถกถา
ของพม่า ไม่มีคำว่า กาย หน้าคำว่าวิญญาณธาตุ ซึ่งเมื่อแปลตามบาลีอรรถกถาของพม่าแล้วได้
ครบ ๑๕ ถูกต้องตามสภาวะ.