เวทนา ตัณหาอุปาทาน กัมมภวะ โสกะ ทุกขะ โทมนัสสะ อุปายาสะ) ต่อจากนั้น
ปฏิจจสมุปบาท ๑๖ บท (คือ สติปัฏฐานเป็นต้น จนถึงมนสิการเป็นที่สุด) ใน
ติกะ ๘ บท (คือ เวทนาติกะ ๓ บท วิตักกติกะ ๒ บท ได้แก่ปฐมบทและทุติยบท
และปีติติกะ ๓ บท) ในโคจฉกะ ๔๓ บท (คือ เหตุโคจฉกะ ๖ บท อาสวโคจฉกะ
๔ บท สัญโญชนโคจฉกะ ๔ บท คันถโคจฉกะ ๘ บท โอฆโคจฉกะ ๔ บท
โยคโคจฉกะ ๔ บท นีวรณโคจฉกะ ๔ บท ปรามาสโคจฉกะ ๓ บท
อุปาทานโคจฉกะ ๔ บท กิเลสโคจฉกะ ๖ บท) ในมหันตรทุกะ ๗ บท (คือ
จิตตบท เจตสิกบท จิตตสัมปยุตตบท จิตตสังสัฏฐบท จิตตสัฏฐสมุฏฐานบท
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูบท จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติบท) ในปิฏฐิทุกะ
๖ บท (คือ สวิตักกบทสวิจารบท สัปปีติกบท ปีติสหคตบท สุขสหคตบท
อุเปกขาสหคตบท) ธรรมทั้งหลาย (๑๒๐ บท) ถึงการสงเคราะห์แห่งบทที่ ๙.
ก็ในปัญหาทั้งปวง ธรรมเหล่าใด ทรงยกขึ้นเพื่อปุจฉา ธรรมเหล่า
นั้นสัมปยุตด้วยธรรมเหล่าใด มีอยู่ บัณฑิตพึงทราบประเภทแห่งธรรมมีขันธ์
เป็นต้น ด้วยสามารถแห่งธรรมเหล่านั้น. เพราะว่า นามขันธ์ ๓ นอกนี้
สัมปยุตด้วยเวทนาขันธ์ เวทนาขันธ์ก็สัมปยุตด้วยขันธ์เหล่านั้นอีก คือ เวทนา
ขันธ์นั้น สัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ มีสัญญาขันธ์ เป็นต้นเหล่านั้น ด้วยมนายตนะ ๑
ด้วยวิญญาณธาตุ ๗ และด้วย สัญญา สังขารทั้งหลายบางอย่างนั่นแหละใน
ธัมมายตนะและธัมมธาตุ. ในปัญหาทั้งปวง ก็นัยนี้นั่นแหละ ดังนี้แล.
อรรถกถาสัมปยุตเตนสัมปยุตตปทนิทเทส