ชื่อว่า สัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ ที่เหลือด้วยอายตนะ ๑ ด้วยวิญญาณธาตุ ๗ และ
ยกเว้นตัณหาเสียแล้ว ชื่อว่า สัมปยุตด้วยธรรมบางอย่าง เพราะสัมปยุตด้วย
ธรรมที่เหลือ. และวิปปยุตด้วยรูปขันธ์ ๑ ด้วยรูปายตนะ ๑๐ ด้วยรูปธาตุ ๑๐
ชื่อว่า วิปปยุตด้วยธรรมบางอย่าง ในธัมมายตนะ ๑ ในธัมมธาตุ ๑ เพราะ
ความวิปปยุตตด้วยรูปและนิพพาน. บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในปัญหาทั้งปวง
โดยนัยนี้ ด้วยประการฉะนี้ แล.
จบอรรถกถาสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส
๑๒. สัมปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทส
[๔๑๓] ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วย เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์
สังขารขันธ์ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร ?
ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์
ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร ? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ
๑๐ ธาตุ ๑๐.
[๔๑๔] ธรรมเหล่าใดประกอบได้ด้วย วิญญาณขันธ์ มนายตนะ
จักขุวิญญาณธาตุ ฯ ล ฯ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ฯ ล ฯ ธรรมเหล่า
นั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์
อายตนะ ธาตุ เท่าไร ? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗.
[๔๑๕] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสมุทยสัจ มัคคสัจ ฯลฯ
ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่
ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖.