Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 199

เล่ม มมร. 79 หน้า 199 ข้อ 21 22
[๒๑] ปริทานธรรมบุคคล บุคคลผู้มีธรรมอันเสื่อม เป็น ไฉน ? บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ได้สมาบัติอันสหรคตด้วยรูปฌาน หรือ สหรคตด้วยอรูปฌาน แต่บุคคลนั้น มิใช่เป็นผู้ได้ตามความต้องการ มิใช่ เป็นผู้ได้โดยไม่ยาก มิใช่เป็นผู้ได้โดยไม่ลำบาก ไม่สามารถเข้าหรือออกสมาบัติ ใด กำหนดเวลาเท่าใด ได้ตามปรารถนา ข้อนี้ก็เป็นฐานะอยู่แล ที่บุคคล จะพึงเสื่อมจากสมาบัติเหล่านั้นได้ เพราะอาศัยความประมาท บุคคลนี้เรียกว่า ปริหานธรรมบุคคล บุคคลผู้มีธรรมอันเสื่อม. [๒๒] อปริหานธรรมบุคคล บุคคลผู้มีธรรมอันไม่เสื่อม เป็นไฉน ? บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ได้สมาบัติอันสหรคตด้วยรูปฌาน หรือ สหรคตด้วยอรูปฌาน แต่บุคคลนั้นเป็นผู้ได้ตามต้องการ เป็นผู้ได้โดยไม่ยาก เป็นผู้ได้โดยไม่ลำบาก สามารถจะเข้าหรือออกจากสมาบัติใด ในที่ใด กำหนด เวลาเท่าใดได้ตามปรารถนา ข้อนี้ไม่เป็นฐานะไม่เป็นโอกาสที่บุคคลนั้นจะพึง เสื่อมจากสมาบัติเหล่านั้น เพราะอาศัยความประมาท บุคคลนี้เรียกว่า อปริ- หานธรรมบุคคล บุคคลผู้มีธรรมอันไม่เสื่อม. พระอริยบุคคลแม้ทั้งหมด เป็นผู้มีธรรมอันไม่เสื่อมจากวิโมกข์ส่วนที่เป็นอริยะ. อรรถกถาปริหารธรรมบุคคล และ อปริหานธรรมบุคคล แม้นิเทศแห่งปริหานธรรมบุคคล และอปริหานธรรมบุคคล ทั้งหลาย บัณฑิต พึงทราบด้วยสามารถแห่ง กุปปธรรมบุคคล และอกุปปธรรม บุคคล นั่นแหละ. ก็ในที่นี้ คำนี้ว่า "ความเสื่อมก็ดี ความไม่เสื่อมก็ดี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka