Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 223

เล่ม มมร. 79 หน้า 223 ข้อ 42
เทว โข อฏฺวิโมกฺเข" ดังนี้ แต่บรรดาอรูปาวจรฌานทั้งหลาย เมื่อมีอยู่ สักหนึ่งฌาน ก็ชื่อว่า อุภโตภาควิมุตตบุคคล ได้เหมือนกัน. จบอรรถกถาปัญญาวิมุตตบุคคล [๔๒] กายสักขีบุคคล บุคคลชื่อว่า กายสักขี เป็นไฉน ? บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกต้องวิโมกข์ ๘ ด้วยกาย แล้วสำเร็จอิริยาบถ อยู่ ทั้งอาสวะบางอย่างของผู้นั้น ก็สิ้นไปแล้วเพราะเห็นด้วยปัญญา บุคคลนี้ เรียกว่า กายสักขี. อรรถกถากายสักขีบุคคล วินิจฉัยในนิเทศแห่ง กายสักขีบุคคล. คำว่า "เอกจฺเจ อาสวา" ได้แก่ อาสวะบางอย่าง ที่ประหานด้วยมรรค ๓ เบื้องต่ำ. คำว่า "อยํ วฺจติ" ได้แก่ บุคคลนี้ คือ ผู้เห็นปานนี้ ท่านเรียกว่ากายสักขี. ก็บุคคลนั้น ชื่อว่า กายสักขี ก็เพราะกระทำให้แจ้งซึ่งวิโมกข์อันคนถูกต้องแล้ว. บุคคลใด ถูกต้องผลอันเกิดจากฌานก่อนแล้ว กระทำนิโรธคือนิพพานให้แจ้งในภายหลัง บุคคลแม้นี้ก็ชื่อว่า กายสักขี. กายสักขีบุคคลนี้มี ๖ จำพวก นับตั้งแต่ พระ- โสดาปัตติผล จนถึงพระอรหัตมรรค ดังนี้. จบอรรถกถากายสักขีบุคคล
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka