Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 230

เล่ม มมร. 79 หน้า 230 ข้อ 46
ศรัทธา เหตุนั้น บุคคลนั้นจึงชื่อว่า สัทธานุสารี. คำว่า "สทฺธานุสารี" นี้ เป็นชื่อของพระโสดาปัตติมรรค. แต่เมื่อท่านบรรลุผลจิตแล้ว ชื่อว่า สัทธา- วิมุต. ก็ชื่อว่า ธุระ ๒ อย่าง, ชื่อว่า อภินิเวส ๒ อย่าง, และชื่อว่า สีสะ ๒ อย่างของท่านผู้ยังโลกุตตรธรรมให้เกิดขึ้นมีอยู่. บรรดาธุระเป็นต้นเหล่านั้น ชื่อว่า ธุระ มี ๒ อย่างคือ สัทธาธุระ ๑. ปัญญาธุระ ๑. ชื่อว่า อภินิเวส คือ การอาศัย ๒ อย่างคือ ภิกษุรูปหนึ่ง ย่อม อยู่ด้วยความสามารถแห่งการอาศัยสมถะ (สมถาภินิเวส) อีกรูปหนึ่ง ย่อมอยู่ ด้วยความสามารถแห่งการอาศัยวิปัสสนา (วิปัสสนาภินิเวส). และชี่อว่า สีสะ คือ ที่สุด เหล่านี้ก็มี ๒ อย่าง คือ ภิกษุรูปหนึ่ง บรรลุธรรมถืงที่สุดแล้ว ชื่อว่า อุภโตภาควิมุต ภิกษุรูปหนึ่ง บรรลุธรรม ถึงที่สุดแล้วมีชื่อว่า ปัญญาวิมุต. อธิบายว่า ภิกษุเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ย่อม ยังโลกุตตรธรรมให้เกิดขึ้น ท่านเหล่านั้นทั้งหมดย่อมกระทำธรรม ๒ อย่างนี้ คือ ศรัทธา และ ปัญญา ให้เป็นธุระ อาศัยฐานะทั้ง ๒ เหล่านั้นคือ สมถาภินิเวส และวิปัสสนาภินิเวส และย่อมหลุดพ้นด้วยสีสะทั้ง ๒ เหล่านี้ คืออุภโตภาค- วิมุตตสีสะ และ ปัญญาวิมุตตสีสะ. บรรดาท่านเหล่านั้น ภิกษุรูปใด ได้สมาบัติ ๘ กระทำปัญญาให้เป็น ธุระ อาศัยอำนาจสมถะกระทำอรูปสมาบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้เป็นปทัฏฐาน แล้วเริ่มตั้งวิปัสสนาบรรลุพระอรหัต ภิกษุรูปนั้น ในขณะแห่งโสดาปัตติมรรค ชื่อว่า ธัมมานุสารี แต่ในฐานะ ๖ ข้างหน้า คือ ตั้งแต่โสดาปัตติผล ถึง อรหัตมรรค ชื่อว่า กายสักขี. เมื่อบรรลุพระอรหัตผลแล้ว ชื่อว่า อุภโต- ภาควิมุต.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka