Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 251

เล่ม มมร. 79 หน้า 251 ข้อ 57
กองหญ้า หรือกองไม่อันใหญ่แล้ว พึงให้ไฟเกิดบ้างให้ควันเกิดบ้าง ฯลฯ แล้ว ก็ไหม้กองหญ้า กองไม้อันใหญ่นั้นนั่นแหละ และพึงลามไปไหม้กอไม้บ้าง ป่าไม้บ้าง ครั้นไหม้แล้วก็มาสู่ภาคพื้นอันเป็นพืชสด หรือถึงหนทาง หรือ ถึงศิลา หรือถึงน้ำ หรือถึงสถานอันเป็นที่รื่นรมย์แล้วก็ดับไป เพราะขาดเชื้อ ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้ปฏิบัติอยู่ อย่างนี้ ฯลฯ ย่อมเป็นผู้ชื่อว่า อุทธัง โสโตอกนิฏฐคามี ฉันนั้นเหมือนกัน. นิเทศแห่งพระอริยบุคคลผู้ปฏิบัติในการกระทำโสดาปัตติผลให้แจ้ง เป็นต้นมีเนื้อความตื้นเทียว. คำว่า "อยํ วุจฺจติ" ความว่า บุคคลนี้ คือ ผู้เห็นปานนี้ท่านเรียกว่า พระอรหันต์. ก็คำว่า พระอรหันต์ในที่นี้ พึงทราบว่ามี ๑๒ จำพวก. ถามว่า มี ๒ จำพวก อย่างไร. ตอบว่า ก็วิโมกข์มีอยู่ ๓ อย่าง คือ สุญญตวิโมกข์ ๑ อนิมิตตวิโมกข์ ๑ อัปปณิหิตวิโมกข์ ๑ บรรดาวิโมกข์เหล่านั้น พระขีณาสพผู้หลุดพ้นด้วย สุญญตวิโมกข์มี ๔ จำพวก ด้วยอำนาจปฏิปทา ๔ อย่าง และพระขีณาสพผู้หลุด พ้น ด้วยอนิมิตตวิโมกข์หรืออัปปณิหิตวิโมกข์ ก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบว่า พระอรหันต์จึงมี ๑๒ จำพวก ด้วยประการฉะนี้. ก็บุคคลเหล่านี้ มีประมาณเท่านี้คือ คือ พระสกทาคามี ๑๒ จำพวก ซึ่งเหมือนพระอรหันต์ ๑๒ จำพวก พระโสดาบัน ๒๔ จำพวก คือ พระโสดา- บัน ๑๒ จำพวก คูณด้วยธุระ ๒ คือ สัทธาธุระ ๑ ปัญญาธุระ ๑ และพระ- อนาคามี ๔๘ จำพวก ทั้งหมดเหล่านี้ เมื่อท่านพ้นจากโลกนี้แล้ว ย่อมไม่ เกิดในลัทธิภายนอกพระศาสนา ย่อมเกิดขึ้นในพระศาสนาแห่งพระสัพพัญญู- พุทธเจ้านั่นเทียว ดังนี้แล. จบอรรถกถาเอกกนิทเทส ว่าด้วยบุคคล ๑ จำพวกแต่เพียงนี้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka