Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 253

เล่ม มมร. 79 หน้า 253 ข้อ 59
โดยธรรม จึงตรัส คำว่า "ตตฺถ กตโม โกโธ" ซึ่งแปลว่า ความ โกรธในข้อนั้น เป็นไฉน ? ดังนี้เป็นต้น. แม้ในนิเทศแห่งอุปนาหีบุคคล บุคคลผู้ผูกโกรธ เป็นต้นก็นัยนี้ เหมือนกัน. คำเป็นต้นว่า "โกโธ กุชฺฌนา" มีเนื้อความที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้ว ในหนหลังนั่นแล. คำเป็นต้นว่า "โกโธ" มีเนื้อความที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้ว ในกาลก่อนในอุปนาหีนิเทศเป็นต้นเหมือนกัน. สองบทว่า "อยํ โกโธ อปฺปหีโน" ความว่า ยังละไม่ได้ด้วย วิกขัมภนปหาน หรือด้วยตทังคปหาน หรือด้วยสมุจเฉทปหาน. แม้ใน บุคคลผู้ผูกโกรธเป็นต้นข้างหน้า ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. [๕๙] ๑. มักขีบุคคล บุคคลผู้มักลบลู่บุญคุณ เป็นไฉน ? ความลบหลู่ ในข้อนั้น เป็นไฉน ? ความลบหลู่ กิริยาที่ลบหลู่ ภาวะที่ลบหลู่ ความไม่เห็นคุณของผู้อื่น การกระทำที่ไม่เห็นคุณของผู้อื่น นี้ เรียกว่า ความลบหลู่ ความลบหลู่นี้ อันบุคคลใดละไม่ได้แล้ว บุคคลนี้เรียก ว่า ผู้มักลบลู่บุญคุณของผู้อื่น. ๒. ปลาสีบุคคล บุคคลผู้ตีเสมอ เป็นไฉน ? การตีเสมอ ในข้อนั้น เป็นไฉน การตีเสมอ กิริยาที่ตีเสมอ ภาวะที่ ตีเสมอ ธรรมเป็นอาหารแห่งการตีเสมอ ฐานแห่งวิวาท การถือเป็นคู่ว่าเท่า เทียมกัน การไม่สละคืน อันใด นี้เรียกว่า การตีเสมอ การตีเสมอนี้ อัน บุคคลใดละไม่ได้แล้ว บุคคลนี้เรียกว่า ผู้ตีเสมอ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka