[๖๓] ๑. ทุพพจบุคคล บุคคลผู้ว่ายาก เป็นไฉน ?
ความเป็นผู้ว่ายาก ในข้อนั้น เป็นไฉน ? ความเป็นผู้ว่ายาก กิริยา
ที่เป็นผู้ว่ายาก ภาวะที่เป็นผู้ว่ายาก ความเป็นผู้ถือเอาโดยปฏิกูล ความเป็นผู้
ยินดีโดยความเป็นข้าศึก ความไม่เอื้อเฟื้อ ภาวะที่ไม่เอื้อเฟื้อ ความไม่เคารพ
ความไม่เชื่อฟัง ในเมื่อสหธรรมมิก ว่ากล่าวอยู่นี้เรียกว่า ความเป็นผู้ว่ายาก
บุคคลประกอบแล้วด้วยความเป็นผู้ว่ายากนี้ ชื่อว่า ผู้ว่ายาก.
๒. ปาปมิตตบุคคล บุคคลผู้มีมิตรชั่ว เป็นไฉน ?
ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว ในข้อนั้น เป็นไฉน ? บุคคลเหล่านั้นใด เป็น
ผู้ไม่มีศรัทธา เป็นผู้ทุศีลมีสุตะน้อย เป็นผู้ตระหนี่ มีปัญญาทราม การเสวนะ
การเข้าไปเสวนะ การซ่องเสพ การคบ การคบหา การภักดีด้วย ความเป็น
ผู้คบหาสมาคมกับบุคคลเหล่านั้น อันใด นี้เรียกว่า ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว
บุคคลประกอบด้วยความเป็นผู้มีมิตรชั่วนี้ ชื่อว่า ผู้มีมิตรชั่ว.
[๖๔] ๑. อินทริยาคุตตทวารบุคคล บุคคลผู้มีทวารอันไม่
คุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย เป็นไฉน ?
ความเป็นผู้มีทวารอันไม่คุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย ในข้อนั้น
เป็นไฉน ?
บุคคลบางคนในโลกนี้ เห็นรูปด้วยตา เป็นผู้ถือเอาซึ่งนิมิต เป็น
ผู้ถือเอาซึ่งอนุพยัญชนะ อกุศลธรรมทั้งหลายอันลามก คืออภิชฌา และโทมนัส
พึงซ่านไปตามบุคคลผู้ไม่สำรวมอินทรีย์ คือ จักษุนี้อยู่ เพราะการไม่สำรวม
อินทรีย์ คือ จักษุใด เป็นเหตุ ย่อมไม่ปฏิบัติเพื่อสำรวมอินทรีย์ คือจักษุ