Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 258

เล่ม มมร. 79 หน้า 258 ข้อ 66
ทรงจำไม่ได้ ความหลงไหล ความฟั่นเฟือน อันใด นี้เรียกว่า ความเป็น ผู้มีสติหลง บุคคลผู้ประกอบด้วยความเป็นผู้มีสติหลงนี้ ชื่อว่า ผู้มีสติหลง. ๒. อสัมปชานบุคคล บุคคลผู้ไม่มีสัมปชัญญะ เป็น ไฉน ? อสัมปชัญญะ ในข้อนั้น เป็นไฉน ? ความไม่รู้ ความไม่เห็น ความ ไม่ตรัสรู้ ความไม่รู้ตาม ความไม่พร้อม ความไม่แทงตลอด ความไม่รับ ทราบ ความไม่กำหนดลงทราบ ความไม่เพ่งเล็ง ความไม่พิจารณา ไม่ทำ ให้แจ่มแจ้ง ความเป็นผู้ทรามปัญญา ความเป็นผู้เขลา ความหลงทั่ว ความ หลงพร้อม ความโง่ โอฆะคืออวิชชา โยคะคืออวิชชา อนุสัยคืออวิชชา ปริยุฏฐานคืออวิชชา ลิ่มคืออวิชชา อกุศลมูลคือโมหะ นี้เรียกว่า ความเป็นผู้ ไม่มีสัมปชัญญะ บุคคลเป็นผู้ประกอบด้วยความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะนี้ ชื่อว่า ผู้ไม่มีสมัปชัญญะ. [๖๖] ๑. สีลวิปันนบุคคล บุคคลผู้มีศีลวิบัติ เป็นไฉน ? ศีลวิบัติ ในข้อนั้น เป็นไฉน ? การล่วงละเมิดทางกาย การล่วง ละเมิดทางวาจา การล่วงละเมิดทั้งทางกายและวาจา นี้เรียกว่าศีลวิบัติ ความเป็นผู้ทุศีลแม้ทั้งหมดชื่อว่าศีลวิบัติ บุคคลผู้ประกอบด้วยศีลวิบัตินี้ ชื่อว่า ผู้มี ศีลวิบัติ. ๒. ทิฏฐิวิปันนบุคคล บุคคลผู้มีทิฏฐิวิบัติ เป็นไฉน ? ทิฏฐิวิบัติ ในข้อนั้น เป็นไฉน ? ทิฏฐิความเห็นไปว่า ทานที่ให้ไม่มี ผล การบูชาใหญ่ (คือมหาทานที่ทั่วไปแก่คนทั้งปวง) ไม่มีผล สักการะที่บุคคล ทำเพื่อแขก ไม่มีผล ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีทำชั่วไม่มี โลกนี้ไม่มี โลกหน้า ไม่มี มารดาและบิดาไม่มี อุปปาติกสัตว์ไม่มี สมณพราหมณ์ผู้พร้อมเพรียงกัน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka