Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 284

เล่ม มมร. 79 หน้า 284 ข้อ 86
ได้โดยเร็วพลัน. ลำดับนั้น คนไข้ที่หายจากโรคแล้วนั้น เขาอาจเพื่อเรียน พระพุทธวจนะ หรือกระทำสมณธรรม ด้วยเหตุนี้ท่านจึงกล่าวไว้ว่า "ภิกษุ สงฆ์พึงอุปัฏฐากคนไข้แม้พวกอื่น" ข้อว่า "เนว โอกฺกมติ" ได้แก่ ไม่เข้าไป. ข้อว่า "นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตํ" ได้แก่ สัมมตธรรม กล่าวคือมรรคนิยามในกุศลธรรมทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงบุคคล ผู้มีบทอย่างยิ่ง (ปทปรม) ด้วยธรรมข้อนี้. ทรงถือเอา อุคฆฏิตัญญูบุคคล ผู้ เช่นกับพระนาลกเถระในพระศาสนาด้วยวาระที่ ๒ และทรงถือเอาอุคฆฏิตัญญู บุคคลผู้มีปัจเจกโพธิญาณ ซึ่งท่านได้โอวาทในสำนักแห่งพระปัจเจกพุทธเจ้า ทั้งหลายครั้งหนึ่งในพุทธันดรแล้วจึงแทงตลอดสัจธรรมคือ บรรลุเป็นพระ- ปัจเจกพุทธเจ้า. พระองค์ทรงกล่าวถึง วิปจิตัญญูบุคคล ด้วยวาระที่ ๓. ก็ เนยยบุคคล ย่อมเป็นผู้อาศัย วิปจิตัญญูบุคคลนั่นเทียว. ข้อว่า "ธมฺมเทสนา อนุญฺาตา" ความว่า พระองค์ทรงอนุญาต พระธรรมเทศนาเดือนละ ๘ ครั้ง. ข้อว่า "อญฺเสมฺปิ ธมฺโม เทเสตพฺโพ" ความว่า พระธรรม- กถึกควรกล่าวธรรมแก่ชนทั้งหลายแม้นอกจากนี้. ถามว่า "เพราะเหตุไร ?" ตอบว่า "เพราะปทปรมบุคคล แม้ไม่สามารถแทงตลอดธรรมใน อัตภาพนี้ แต่ก็จะเป็นปัจจัยไปในกาลข้างหน้า. อนึ่ง คนไข้ใด ได้เห็นรูปพระตถาคตก็ดี ไม่ได้เห็นก็ดี และได้ พระธรรมวินัยก็ดี ไม่ได้ก็ดี เขาย่อมตรัสรู้ธรรมได้ คนไข้นั้นเมื่อไม่ได้ตรัส รู้ก่อน แต่เมื่อได้ปัจจัยที่สมควรก็จักตรัสรู้ได้โดยเร็วพลันนั่นเทียว เพราะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka