จีวรนั้นไปสู่อาวาสแห่งนั้น ภิกษุทั้งหลายในระหว่างทางถามเธอว่า อาวุโส
จักไปไหน เธอตอบอย่างนี้ว่า ผมจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ภิกษุทั้งหลายใน
อาวาสนั้นจักทำจีวรให้ผม ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ไม่ควร อาวุโส อย่าไป
เลย พวกผมจักทำจีวรให้ ณ ที่นี้ เธอคิดอย่างนี้ ว่าจักไม่ให้ทำจีวรนี้ จักไม่
กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยตกลงใจ.
๖. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ประสงค์จะไปสู่ทิศ จึงหลีกไป แต่
ยังหวังได้ส่วนจีวร เธอนั้นไปสู่ทิศแล้ว ภิกษุทั้งหลายถามว่า อาวุโส
จำพรรษาที่ไหน และส่วนจีวรของท่านอยู่ที่ไหน เธอตอบอย่างนี้ว่า ผม
จำพรรษาในอาวาสโน้น และส่วนจีวรของผมก็อยู่ที่อาวาสนั้น ภิกษุเหล่านั้น
กล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส จงไปนำจีวรนั้นมา พวกผมจักทำจีวรให้ ณ
ที่นี้ เธอกลับไปสู่อาวาสนั้นแล้วถามภิกษุทั้งหลายว่า อาวุโส ส่วนจีวรของ
ผมอยู่ที่ไหน ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า อาวุโส นี้ส่วนจีวรของท่าน เธอ
ถือจีวรนั้นไปสู่อาวาสแห่งนั้น ภิกษุทั้งหลายในระหว่างทางถามเธอนั้น ว่าอาวุโส
จักไปไหน เธอตอบอย่างนี้ว่า ผมจักไปสู่อาวาสชื่อโน้น ภิกษุทั้งหลาย
ในอาวาสนั้นจักทำจีวรให้ผม ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ไม่ควร อาวุโส
อย่าไปเลย พวกผมจักทำจีวรให้ ณ ที่นี้ เธอคิดอย่างนี้ว่า จักให้ทำจีวรนี้ ณ
ภายนอกสีมานี้แหละ จักไม่กลับ แล้วให้ทำจีวรนั้น จีวรของเธอที่ทำอยู่นั้น
ได้เสียหรือหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย.
[๑๒๔] ๗. ภิกษุได้กรานกฐินแล้ว ประสงค์จะไปสู่ทิศจึงหลีกไป
แต่ยังหวังจะได้จีวร เธอนั้นไปสู่ทิศแล้ว ภิกษุทั้งหลายถามว่า อาวุโส
จำพรรษาที่ไหน และส่วนจีวรของท่านอยู่ที่ไหน เธอตอบอย่างนี้ว่า ผม
จำพรรษาในอาวาสโน้น และส่วนจีวรของผมก็อยู่ที่อาวาสนั้น ภิกษุเหล่านั้น