ข้อว่า " สมฺมาสมฺพุทฺโธ สตฺถา เตน ทฏฺพฺโพ" ความว่า
พระศาสดาองค์ที่ ๓ ผู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ บัณฑิตพึงเห็นด้วยการ
บัญญัติ อันไม่สาธารณะกับเดียรถีย์นั้น. จริงอยู่ พวกเดียรถีย์เมื่อบัญญัติการ
ละกามทั้งหลาย ย่อมกล่าวอ้างถึงรูปภพ เมื่อบัญญัติการละรูปทั้งหลาย ย่อม
กล่าวอ้างถึงอรูปภพ เมื่อบัญญัติการละเวทนาทั้งหลาย ย่อมกล่าวอ้างถึง
อสัญญภพ เมื่อเขาจะบัญญัติโดยชอบพึงบัญญัติอย่างนี้ ชื่อว่าย่อมไม่สามารถ
เพื่อบัญญัติได้โดยชอบ. ส่วนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมบัญญัติการละ (ปหาน-
ปริญญา) กามทั้งหลายด้วยอนาคามิมรรค ย่อมบัญญัติการละรูปและเวทนา
ทั้งหลายด้วยอรหัตมรรค.
ข้อว่า "อิเม ตโย สตฺถาโร" ความว่า ชนทั้ง ๒ จำพวกนี้ เป็น
ศาสดาภายนอกพระพุทธศาสนา กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑ จำพวก ฉะนั้น
ในโลกนี้ จึงมีศาสดา ๓ จำพวก.
ในนิทเทสแห่งศาสดาพวกที่ ๒
สองบทว่า "ทิฏเว ธมฺเม" ได้แก่ ในอัตภาพนี้เท่านั้น.
ข้อว่า "อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺเปติ" ความว่า ย่อม
บัญญัติ โดยความมีจริง โดยความเป็นของยั่งยืนว่า ชื่อว่า อัตตาอันหนึ่ง
เป็นของเที่ยง เป็นของยั่งยืน เป็นของแน่นอน มีอยู่.
บทว่า "อภิสมฺปรายญฺเจ" ได้แก่ ย่อมบัญญัติในอัตภาพแม้อื่นอีก
เหมือนกันนั่นแหละ.
คำที่เหลือในที่นี้ บัณฑิตพึงทราบโดยนัยแห่งคำที่กล่าวไว้แล้วเทียว
ดังนี้แล.
จบอรรถกถาติกนิทเทส ว่าด้วยบุคคล ๓ จำพวก เพียงนี้