จะเรียนพุทธพจน์ตามกำลัง กระทำการงานอยู่ด้วยวิปัสสนา ย่อมสามารถเพื่อ
ดำรงอยู่ในพระอรหัตได้. ก็ชื่อว่าชนผู้ออกจากตระกูลที่นอกจากนี้มาบวชมีไม่
มาก คหบดีเท่านั้นมีมาก ดังนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงทรงแสดงธรรมกับ
คหบดีก่อน เพราะเขาเป็นผู้ขจัดมานะ คือการถือตัวได้แล้ว และเพราะเขามี
กุศลอันสั่งสมมามากด้วย.
คำว่า "อญฺตฺรสฺมึ วา" ได้แก่ ผู้เกิดในตระกูลใดตระกูลหนึ่ง
แห่งตระกูลทั้งหลายที่นอกจากนี้. ข้อว่า "ตถาคเต สทฺธํ ปฏิลภติ" ความ
ว่า ผู้ฟังธรรมอันบริสุทธิ์แล้วได้เฉพาะซึ่งศรัทธา ในพระตถาคต ผู้เป็นธรรม
สามี คือ เจ้าของธรรม ว่า "พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นทรงเป็น พระสัมมาสัม-
พุทธะ หนอ" ข้อว่า "อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ" ได้แก่ ย่อมพิจารณาอย่างนี้.
สองบทว่า "สมฺพาโธ ฆราวาโส" แปลว่า การอยู่ครองเรือนเป็นของคับ
แคบ ความว่า ก็ถ้าสามี และภรรยาทั้ง ๒ คน อยู่ครองเรือนมีประมาณ ๖๐
ศอก หรือตั้งร้อยโยชน์ แม้ถึงอย่างนั้นฆราวาส คือ การอยู่ครองเรือนของ
สามีและภรรยานั้น ก็ชื่อว่า คับแคบแท้ เพราะอรรถว่า มีการเป็นไปกับด้วย
กิเลสอันเป็นเครื่องเย้ายวน และกิเลสเป็นเครื่องกังวลใจ. คำว่า "รชปโถ"
ท่านกล่าวไว้ในมหาอรรถกถาว่า เป็นฐาน คือ เป็นที่ตั้งขึ้นแห่งธุลี มีราคะเป็น
ต้น แต่จะกล่าวว่าเป็นทางมาแห่งธุลี ดังนี้บ้างก็ควร.
บรรพชา ชื่อว่า มีโอกาสอันดี เพราะอรรถว่าไม่ต้อง. จริงอยู่
บุคคลผู้บวชแล้วแม้จะอยู่ในปราสาทแก้ว คือ เรือนยอดก็ดี อยู่ในที่ทั้งหลาย
มีวิมานเป็นต้นอันปกปิดดีแล้ว คือ มีประตูหน้าต่างอันปิดสนิทดีแล้วก็ดี เขา
ย่อมไม่ข้อง ไม่ติด ไม่ผูกพัน เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า "อพฺโภ-
กาโส ปพฺพชา" แปลว่า การบรรพชา มีโอกาสอันดียิ่ง.