Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 405

เล่ม มมร. 79 หน้า 405 ข้อ 135
แก่ ถ้อยคำมีอุปมา คือ ได้แก่ ถ้อยคำมีเหตุ. บทว่า "ปริยนฺตวฺตี" ได้แก่ แสดงการกำหนด อธิบายว่า การกำหนดวาจานั้น ย่อมปรากฏโดยวิธีใด ย่อม กำหนดโดยวิธีนั้น. บทว่า "อตฺถสญฺหิตํ" ความว่า ชื่อว่า ถึงพร้อมด้วยประ- โยชน์อันใคร ๆ ผู้จำแนกอยู่ โดยนัยแม้มิใช่น้อย ก็ไม่อาจจะกำหนดได้. อีก อย่างหนึ่ง ชื่อว่า ย่อมกล่าววาจาอันเป็นประโยชน์และประโยชน์เกื้อกูลพร้อม เพราะประกอบไปด้วยประโยชน์อันดี ที่ท่านอัตถเวทีนั้นกล่าวเนื้อความไว้. ท่านอธิบายไว้ว่า ไม่ละทิ้งคำอย่างหนึ่ง กล่าวคำอีกอย่างหนึ่ง. บทว่า "พีชคามภูตคามสมารมฺภา" ความว่า การพรากพืชคาม ๕ อย่าง คือ มูลพีชํ พืชเกิดจากราก, ขนฺธพีชํ พืชเกิดจากลำต้น, ผลพีชํ พืชเกิดจากผล, อคฺคพีชํ พืชเกิดจากยอด, พีชพีชํ พืชเกิดจากเมล็ดพืช, และการพราก (การทำลาย) ภูตคามมีหญ้าเขียวสด และต้นไม้เป็นต้น อย่างใด อย่างหนึ่ง อธิบายว่า ได้แก่เป็นผู้เว้นขาดจากการทำลายโดยภาวะมีการตัด การต้มเป็นต้น. บทว่า "เอกภตฺติโก" ความว่า ภัต ๒ อย่าง คือ ภัตสำหรับเวลา เช้า และภัตสำหรับเวลาเย็น ในภัต ๒ อย่างนั้น ภัตที่บริโภคในเวลาเช้า ท่าน กำหนดภายในเวลาเที่ยงวัน ภัตที่บริโภคในเวลาเย็นท่านกำหนดตั้งแต่เที่ยงวัน ไปจนถึงเวลาอรุณยังไม่ขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อภิกษุบริโภคอาหารอยู่สิ้น ๑๐ ครั้ง ภายในเวลาเที่ยงวัน ย่อมเป็นผู้ชื่อว่า "เอกภตฺติโก" คือ ผู้มีภัตเดียวเทียว. คำว่า "เอกฺภตฺติโก" นี้ท่านกล่าวหมายเอาภัตที่บริโภคในเวลาเช้านั้น. การ บริโภคภัตในเวลากลางคืน ชื่อว่า รตฺติ. ผู้ใดเว้นขาดจากการบริโภคภัตใน เวลากลางคืนนั้น เพราะเหตุนั้น ผู้นั้นจึงชื่อว่า รตฺตูปรโต แปลว่าผู้เว้นขาด จากการบริโภคภัตในเวลากลางคืน. การบริโภคภัต ตั้งแต่เวลาเที่ยงวันล่วงไป
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka