Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 416

เล่ม มมร. 79 หน้า 416 ข้อ 135
ธรรมนี้เป็นที่ดับทุกข์. ก็ภิกษุย่อมรู้ทั่ว คือ ย่อมแทงตลอดอริยมรรค อัน เป็นสัมปาปกะเหตุแห่งพระนิพพานนั้นตามความเป็นจริง ด้วยการแทงตลอด ลักษณะพร้อมทั้งรสว่า "อยํ ทุกฺขนิโรธคามินีปฏิปทา" สภาวธรรมนี้ เป็น ข้อปฏิบัติให้ถึงซึ่งความดับทุกข์. พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงสัจจะทั้ง หลายโดยสรุปอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงสัจจะโดยปริยาย ด้วยอำนาจ กิเลส พระองค์จึงตรัสคำเป็นต้นว่า "อิเม อาสวา." ข้อว่า "ตสฺส เอวํ ชานโต เอวํ ปสฺสโต" ความว่า พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าย่อมตรัสประโยชน์อันถึงที่สุดพร้อมด้วยวิปัสสนาแก่ภิกษุผู้นั้น ผู้รู้อยู่ อย่างนี้ผู้เห็นอยู่อย่างนี้. บทว่า "กามาสวา" ได้แก่ (ย่อมพ้น) จากกามาสวะ. พระผู้มีพระภาคเจ้า ย่อมทรงแสดงขณะแห่งมรรค ด้วยบทนี้ว่า "วิมุจฺจติ" ซึ่งแปลว่า กำลังหลุดพ้น. ทรงแสดงขณะแห่งผล ด้วยบทนี้ว่า "วิมุตฺตสฺมึ" แปลว่าหลุดพ้นแล้ว. ก็จิตในขณะแห่งมรรค ชื่อว่า กำลังหลุดพ้น จิตในขณะ แห่งผลชื่อว่า หลุดพ้นแล้ว. ย่อมทรงแสดงญาณในปัจจเวกขณะ ด้วยคำนี้ว่า "วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมิติ าณํ" เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ก็รู้ว่า จิตหลุดพ้นแล้ว ทรงแสดงภูมิแห่งปัจจเวกขณญาณนั้น ด้วยคำว่า "ชาติ ขีณา" เป็นต้น. ก็พระขีณาสพนั้นเมื่อพิจารณาด้วยญาณนั้น ย่อมรู้ชัดว่า ชาติของท่านสิ้นแล้ว. บทว่า "วุสิตํ" ได้แก่ อยู่แล้ว คืออยู่จบแล้ว คือกระทำแล้ว ประพฤติเสร็จ กิจแล้ว อธิบายว่า สำเร็จกิจแล้ว. บทว่า "พฺรหฺมจริยํ" ได้แก่ มรรค- พรหมจรรย์. ก็ พระเสกขบุคคล ๗ จำพวก กับ กัลยาณปุถุชน ชื่อว่า ย่อมอยู่ อยู่ ประพฤติพรหมจรรย์ พระขีณาสพ ชื่อว่า มีการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์จบ แล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อพระขีณาสพ ท่านพิจารณาการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ของท่าน ท่านย่อมรู้ชัดว่าพรหมจรรย์อันเราอยู่จบแล้ว. สองบทว่า "กตํ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka