Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 431

เล่ม มมร. 79 หน้า 431 ข้อ 142
หรือไม่ได้ซึ่งความเป็นผู้มีหน้าเฉพาะต่อพระเมตเตยยสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะ ฉะนั้น ท่านจงเจริญวิปัสสนา เพื่อต้องการแก่พระอรหัตเถิด. คำที่เหลือ บัณฑิตพึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในบททั้งปวงนั้นแหละ. [๑๔๒] ๑. บุคคล ให้แล้วดูหมิ่น เป็นไฉน ? บุคคลบางคนในโลกนี้ ให้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัย เภสัชบริขารแก่บุคคลใด แล้วพูดแก่บุคคลนั้นว่า คนนี้ได้แต่รับของที่เขาให้ ดังนี้ ชื่อว่า ให้แล้วดูหมิ่นบุคคลนั้น บุคคลอย่างนี้ชื่อว่า ให้แล้วดูหมิ่น. ๒. บุคคล ดูหมิ่นด้วยการอยู่ร่วม เป็นไฉน ? บุคคลบางคนในโลกนี้ คนย่อมอยู่ร่วมกับด้วยบุคคลใด สิ้น ๒ ปี หรือ ๓ ปี ย่อมดูหมิ่นบุคคลนั้นด้วยการอยู่ร่วม บุคคลอย่างนี้ชื่อว่า ดูหมิ่น ด้วยการอยู่ร่วม. ๓. บุคคล ผู้เชื่อง่าย เป็นไฉน ? บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อเขาสรรเสริญ หรือติเตียนผู้อื่น ย่อมเชื่อ ทันที บุคคลอย่างนี้ชื่อว่า ผู้เชื่อง่าย. ๔. บุคคล ผู้โลเล เป็นไฉน ? บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีศรัทธาไม่จริงจัง มีความภักดีไม่จริง จัง มีความรักไม่จริงจัง มีความเลื่อมใสไม่จริงจัง บุคคลอย่างนี้ชื่อว่า ผู้โลเล.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka