Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 442

เล่ม มมร. 79 หน้า 442 ข้อ 145
บรรดาภิกษุเหล่านั้น ภิกษุนี้ใด ถือบิณฑบาตเป็นวัตร เพราะอาศัย ความปรารถนาน้อยอย่างเดียว เพราะอาศัยความสันโดษอย่างเดียว เพราะ อาศัยความขัดเกลากิเลสอย่างเดียว เพราะอาศัยความต้องการ ด้วยข้อปฏิบัติ อันงามนี้อย่างเดียว ภิกษุนี้เป็นผู้เลิศ เป็นผู้ ประเสริฐสุด เป็นประมุข เป็นผู้สูงสุด เป็นผู้ประเสริฐ ในบรรดาภิกษุผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตร ๕ จำพวกเหล่านั้น. น้ำนมเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากน้ำนม เนยข้นเกิดจาก นมส้ม เนยใสเกิดจากเนยข้น ก้อนเนยใสเกิดจากเนยใสบรรดาเภสัช ๕ นั้น ก้อนเนยใสชาวโลกกล่าวว่าเป็นเลิศ ชื่อแม้ฉันใด ภิกษุถือบิณฑบาตเป็นวัตรนี้ ใด เป็นผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตร เพราะอาศัยความปรารถนาน้อยอย่างเดียว เพราะอาศัยความสันโดษอย่างเดียว เพราะอาศัยความขัดเกลากิเลสอย่างเดียว เพราะอาศัยความต้องการด้วยข้อปฏิบัติอันงามนี้อย่างเดียวก็ฉันนั้นเหมือนกัน ภิกษุนี้ เป็นผู้เลิศ เป็นผู้ประเสริบสุด เป็นประมุข เป็นผู้สูงสุด เป็นผู้ประเสริฐ ในภิกษุผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตร ๕ จำพวกเหล่านี้. ภิกษุ ๔ จำพวกเหล่านี้ ชื่อว่า ผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตร. อรรถกถาบุคคลผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตร ๕ จำพวก วินิจฉัย ในภิกษุผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตร คือ ผู้ถือการฉันภัตตาหารที่ ได้มาจากการบิณฑบาต. สองบทว่า "มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา" ได้แก่ ย่อม ไม่รู้จักการสมาทาน และไม่รู้จักอานิสงส์. อธิบายว่า ก็ภิกษุผู้ถือบิณฑบาต เป็นวัตรด้วยความไม่รู้นั่นแหละ เพราะความที่เป็นคนโง่งมงาย. สองบทว่า "ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต" ความว่า ชนทั้งหลายจะทำการสักการด้วย ปัจจัย ๔ แก่เราผู้ถือการบิณฑบาตเป็นวัตร ด้วยการคิดว่า "สโต อยํ ปิณฺฑปาติโก" ซึ่งแปลว่า ภิกษุนี้ มีสติ เป็นผู้ถือการบิณฑบาตเป็นวัตร.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka